ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2554

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2554วัดป่ามหาไชยโจทก์นายภาสณัฐ เหตระกูลจำเลย ป.วิ.พ. ม. 298คำร้องของโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่านั้น มิได้ขอให้มีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่ง แต่อย่างใด จึงไม่ต้องด้วยกรณีที่ศาลจะออกหมายจับ หรือสั่งกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามความในวรรคสองคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2550 ว่าโจทก์ได้รับอนุญาตจากจำเลยให้ใช้ถนนพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 9877, 85657 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ของจำเลยเป็นทางสัญจรเข้าออกจากที่ดินของโจทก์สู่ทางสาธารณะเป็นการชั่วคราวจนกว่าโจทก์ได้มีทางสัญจรอื่น ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 อ้างว่า จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ใช้ทางพิพาทนำรถบรรทุกอิฐ หิน ปูน ทราย เข้าไปในวัดโจทก์เพื่อก่อสร้างพระอุโบสถและรั้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยไม่มาตามนัด แต่ให้ทนายความจำเลยมาแทน ทนายความจำเลยแถลงว่า จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยอนุญาตให้โจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นการชั่วคราว แต่ในขณะนี้โจทก์มีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะแล้ว โจทก์ควรใช้ทางดังกล่าว โจทก์แถลงว่าทางเข้าออกที่จำเลยอ้างเป็นทางเล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตร และเปลี่ยว ไม่สะดวกแก่การสัญจร ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะโดยสะดวก จำเลยยังมีความผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่จะต้องให้โจทก์ใช้ทางพิพาทต่อไป เมื่อจำเลยยืนยันว่าไม่สามารถเปิดให้โจทก์ใช้ทางพิพาทได้ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำ