ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2497

ประเด็นกฎหมาย

การสมัครใจวิวาทไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่กรณีสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายกัน ใครเงือดเงื้อหรือลงมือกระทำร้ายได้ก่อนไม่สำคัญ ไม่ทำให้ลักษณะคดีเป็นเรื่องป้องกัน

คำวินิจฉัย

จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 รับคำท้าผู้ตายลงไปต่อสู้ หาใช่ไปห้ามปราม หลังจากโต้เถียงกันประมาณ 10 นาที จึงทำร้ายผู้ตาย และภายหลังตีผู้ตายล้มแล้วยังไล่ไปฟันที่กลางทุ่งนาจนตาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2497พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยาโจทก์นายมั่น จำปาจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา สมัครใจวิวาท ไม่เป็นป้องกัน ใครเงือดเงื้อลงมือทำร้ายก่อนไม่สำคัญศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม มาตรา 249, 254 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง เพราะป้องกัน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาดังนี้"ทางพิจารณาได้ความในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 มีศักดิ์เป็นน้าผู้ตาย ในตอนเช้าวันเกิดเหตุ ผู้ตายไปช่วยผู้มีชื่อถางไร่ตอนค่ำเมาสุรา ถือขวานเดินทางกลับผ่านทางเดินหน้าบ้านจำเลยที่ 1 สุนัขที่นั่นเห่า จำเลยที่ 1 อยู่บนเรือนยุสุนัขกัด ผู้ตายว่าจะฟันสุนัข เลยเกิดเถียงท้าทาย ผู้ตายทำให้จำเลยที่ 1 ไปสู้กันจำเลยที่ 1 ถือมีดพร้าลงไปที่ดินห่างบันไดเรือนสัก 1 วา ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งไปคุยอยู่ที่เรือนนั้นก็ตามลงไปด้วย ตามคำพยานทั้งสองฝ่ายว่า จำเลยที่ 1 เถียงกับผู้ตาย แล้วผู้ตายถูกตีที่คิ้วซ้ายแตก 1 แผล ล้มลง (ตรงแผนที่เกิดเหตุหมายเลข 2) ผู้ตายลุกไปทางตะวันตก ถึงทุ่งนานอกรั้วบ้านจำเลยที่ 1 และห่างเรือนไปสัก 13 วา ก็ถูกจำเลยที่ 1 ฟันด้วยพร้าถูกคอด้านซ้ายมีบาดแผลยาว 11 1/2 ซ.ม. กว้าง 6 1/2 ซ.ม. ลึกตัดกระดูกก้านคอขาดล้มลงขาดใจตายคาที่แผลที่คิ้ว ตามคำพยานโจทก์หลายปากที่เป็นผู้ใหญ่บ้านปลัดอำเภอผู้สอบสวนแพทย์ผู้ชันสูตรศพ เห็นต้องกันเข้าใจว่าเป็นแผลถูกสันมีดสมกับคำจำเลยที่ 1 ที่รับว่าตีด้วยสันมีด แต่ไม่ใช่แผลไม้ดังที่โจทก์ยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตี ตอนผู้ตายถูกฟันคอที่ทุ่งนานั้น ก็ไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 สมรู้ร่วมกระทำด้วยและนายวันผู้ใหญ่บ้านพยานโจทก์ว่า ทางสืบสวนไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิด จึงยังไม่มีทางลงโทษจำเลยที่ 2 ดังความเห็นของศาลอุทธรณ์คดีส่วนตัวจำเลยที่ 1 นั้น ตามพฤติการณ์ด