การได้สัญชาติไทยโดยอนุสัญญาและการกลับคืนสู่สัญชาติเดิมเมื่อมีการโอนดินแดน
บุคคลที่ได้สัญชาติไทยโดยอาศัยอนุสัญญา (ไม่ใช่โดยกำเนิดหรือตามกฎหมาย) จะกลับคืนสู่สัญชาติเดิมทันทีที่การโอนอาณาเขตเสร็จสิ้น โดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ย้ายออกจากดินแดนนั้นก่อนการโอน
โจทก์ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทยอีกต่อไป
โจทก์เกิดที่แขวงจำปาศักดิ์ ได้สัญชาติไทยโดยอนุสัญญาเมื่อดินแดนดังกล่าวถูกผนวกเป็นไทยในปี พ.ศ. 2484 ต่อมาโจทก์ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาในประเทศไทยก่อนที่ดินแดนดังกล่าวจะถูกโอนคืนในปี พ.ศ. 2489
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2540นาย กัน เลโจทก์ผู้อำนวยการสำนักงาน 114 อุบลราชธานี กับพวกจำเลย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 คำแปลหนังสือยืนยันความตกลงด้วยวาจาระหว่างหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยกับหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายฝรั่งเศสณกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐอเมริกา ลงวันที่17พฤศจิกายนค.ศ.1946(พ.ศ.2489)ระบุไว้ในข้อ1ว่า"พลเมืองซึ่งได้สัญชาติไทยโดยอาศัยอนุสัญญาฉบับลงวันที่9พฤษภาคมค.ศ.1941จะได้กลับคืนสู่สัญชาติเดิมของเขาทีเดียวในทันที่ที่การโอนอาณาเขตดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นลงพลเมืองซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดหรือซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายคงรักษาสัญชาตินี้ไว้"ความตกลงนี้ไม่มีข้อกำหนดให้บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยอนุสัญญาดังกล่าวคงมีสัญชาติไทยอยู่ต่อไปหากเดินทางออกจากแขวงจำปาศักดิ์เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการถาวรดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยอนุสัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิดหรือได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายจึงกลับคืนสู่สัญชาติเดิมของโจทก์ในทันทีที่การโอนอาณาเขตจังหวัดนครจำปาศักดิ์ให้แก่ประเทศฝรั่งเศสเสร็จสิ้นลงโจทก์จึงไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทยอีกต่อไปโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ 2 ถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) เลขที่ 81, 83ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าวและมิได้เกิดในราชอาณาจักรไทย จึงไม่ได้สัญชาติไทย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์เกิดเมื่อ พ.ศ. 2471 ที่แขวงจำปาศักดิ์ อินโดจีน-ฝรั่