ผู้เช่าที่ใช้ห้องพิพาทประกอบการค้า แม้จะหลับนอนในห้องเพื่อเฝ้าสินค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
การใช้ห้องเพื่อการค้า แม้ผู้เช่าหรือบริวารจะหลับนอนในห้องเพื่อเฝ้าสินค้า ก็ไม่ถือว่าใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
ศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น คือให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท
จำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัย ต่อมาใช้ประกอบการค้า โดยหลับนอนในห้องเพื่อเฝ้าสินค้าเท่านั้น โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าและห้ามซ่อมแซม แต่จำเลยยังขืนซ่อมแซมและใช้ห้องประกอบการค้าต่อไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2497นายก่ำ สุรกิตย์โจทก์นางหยอง รักแต่งามจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ผู้เช่าได้ใช้ห้องพิพาทประกอบการค้าแม้ผู้เช่าหรือบริวารจะได้หลับนอนอยู่ในห้องพิพาท เพื่อเฝ้าสินค้า หาได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยเช่าห้องอยู่อาศัย ต่อมาจำเลยได้ทำการค้า แต่โจทก์ไม่ได้ห้ามปราม จำเลยขอให้โจทก์ ซ่อมแซมหลังคาห้องชำรุดทรุดโทรมโจทก์เพิกเฉยเสีย จำเลยจึงซ่อมแซมเอง โจทก์จึงหาเหตุฟ้องจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ใช้ห้องพิพาทประกอบการค้า แม้จำเลยหรือบริวารจะได้หลับนอนอยู่ในห้องพิพาท เพื่อเฝ้าสินค้าเท่านั้นหาได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว และห้ามจำเลยทำการซ่อมแซม จำเลยยังขืนซ่อมแซมและใช้ห้องประกอบการค้าเรื่อยมา โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้พิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น(ดุลยการณ์โกวิท-ประมูล สุวรรณศร-ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ