ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2497

ประเด็นกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นที่ดินในโฉนดของโจทก์หรือที่งอกริมตลิ่ง หรือเป็นทางน้ำสาธารณะและที่ตื้นเขิน

หลักกฎหมาย

เจ้าของที่ดินริมลำน้ำย่อมมีทั้งส่วนได้และส่วนเสีย คือ เกิดที่งอกริมตลิ่งที่ดินก็เพิ่มพูน และถ้าตลิ่งพังกลายสภาพเป็นลำน้ำเนื้อที่ดินก็ลดน้อยลง ที่ดินที่กลายเป็นร่องน้ำย่อมไม่ใช่ที่ดินในโฉนดอีกต่อไป ที่งอกต้องเกิดจากที่ชายตลิ่งติดต่อกันโดยไม่มีร่องน้ำคั่น

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์มีโฉนดที่ดินริมน้ำแควป่าสัก ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทำให้ตลิ่งพังบางส่วนกลายเป็นร่องน้ำ และเกิดทรายมูลขึ้นกลางน้ำหน้าที่ดินของโจทก์แต่ไม่ติดต่อกับที่ดินของโจทก์โดยมีร่องน้ำคั่นอยู่ จำเลยปลูกเรือนบนที่ทรายมูลดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2497นายศรี คัมภิรานนท์ กับพวกโจทก์นายตั๋น ยุติรัตน์จำเลย ป.พ.พ. ที่ดินในโฉนด ถ้าตลิ่งพังก็ย่อมกลายสภาพเป็นทางน้ำสาธารณะทรายมูลเกิดขึ้นกลางน้ำหน้าที่ดินแต่มีร่องน้ำคั่นไม่ใช่ที่งอกอันจะเป็นของเจ้าของ ของที่ดินริมตลิ่งโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และที่งอก จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำตื้นเป็นเกาะขึ้น ซึ่งจำเลยครอบครองมาไม่ใช่ที่งอด ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทหมายสีเหลืองและสีแดงประเป็นที่ชายตลิ่งและท้องทางน้ำที่เขินขึ้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นที่ลุ่มในโฉนดและที่งอก พิพากษาให้ขับไล่ ศาลฎีกาฟังว่าที่หมายเหลืองเป็นทางน้ำ หมายแดงประเป็นที่ตื้นเขิน พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโดยวินิจฉัยดังนี้"ฯลฯ เมื่อตัดที่ดินตามหมายสีเหลืองออกเสียแล้ว ที่ดินในวงเส้นสีแดงตอนบน คือที่ดินตามข้อ (1) อันเป็นที่ดินในโฉนดของโจทก์จะเหลือเนื้อที่เพียง 2 ไร่ 3 งาน 36 วา น้อยกว่าจำนวนเนื้อที่ในโฉนดอันแท้จริงไป 1 งาน 52 วา ข้อนี้ปรากฏว่าโฉนดที่ 4590 นี้ออกให้ตั้งแต่ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2458 ขณะนั้นทางด้านหน้าของที่ดินแปลงนี้จดลำน้ำแควป่าสัก ตลิ่งอาจพังลงไปในลำน้ำบ้างก็เป็นได้ จึงเหลือพื้นที่ดินบนตลิ่งอันแท้จริงเพียงเท่าที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้ ต่อมาราว 15-16 ปีก่อนฟ้อง กระแสน้ำเปลี่ยนไปมีทรายมูลขึ้นกลางน้ำหน้าที่ดินของโจทก์แต่ไม่ติดต่อกับพื้นที่ดินของโจทก์โดยมีร่องน้ำคั่นอยู่ คือร่องน้ำในวงเส้นสีเหลืองนั้น ตลิ่งของโจทก์จึงไม่ฟังต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าของที่ดินริมลำน้ำนั้นย่อมมีทั้งส่วนได้และส่วนเสีย คือ เกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่ดินก็เพิ่มพูนมากขึ้น และตรงกันข้าม ถ้าตลิ่งพังกลายสภาพเป็นลำน้ำไปเนื้อที่ดินก็ย่อมลดน้อยลงดังนี้ ที่ดินของโจทก