ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2540นาง อาทร แสงไชยโจทก์นาง ฉอ้อน สุขปาณีจำเลย ป.วิ.พ. ม. 27, ม. 244ศาลอุทธรณ์ส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังโดยสั่งว่าก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังให้ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มให้ถูกต้องหากโจทก์ไม่ยอมชำระให้ส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนเพื่อดำเนินการต่อไปปรากฎว่าศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่ได้มีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาและปรากฎเหตุที่มิได้ปฎิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลชั้นต้นต้องปฎิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบศาลฎีกาจึงให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นปฎิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้ครบถ้วนถูกต้องโดยให้คืนฎีกาแก่โจทก์ก่อนโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1651กับบ้านเลขที่ 232 ซึ่งปลูกบนที่ดินมีรั้วสังกะสีกั้นรอบบริเวณที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2531 ขณะที่โจทก์ทำการรื้อรั้วสังกะสีด้านทิศใต้ยาวประมาณ 38 เมตร เพื่อสร้างขึ้นใหม่ จำเลยกับบุตรจำเลยได้ขัดขวางอ้างว่ารั้วนั้นเป็นของจำเลย และไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ว่าโจทก์กระทำความผิดข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนทำให้เสียทรัพย์ทำให้เสียเสรีภาพและบุกรุก เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถสร้างรั้วขึ้นใหม่ และต้องเสียเวลาในการประกอบอาชีพตามปกติและขาดรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 5,000 บาท เป็นเวลา11 เดือน เป็นเงิน 55,000 บาท ขอให้พิพากษาว่า รั้วสังกะสีด้านทิศใต้ที่ติดที่ดินของจำเลยยาวประมาณ 38 เมตร เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเ