ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการต่อสู้คดีของจำเลยที่กำกวมไม่ชัดเจน และการขอสืบพยานเพิ่มเติมของจำเลยหลังจากสืบพยานไปแล้ว 5 ปาก
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 2 จำเลยต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น หากคำให้การกำกวมไม่ชัดเจน ถือเป็นการอำพรางข้อต่อสู้ และการนำสืบที่เปลี่ยนประเด็นข้อต่อสู้ต้องห้ามตามมาตรา 177, 180, 181
พิพากษายืน ให้ยกฎีกา ให้จำเลยใช้ค่าทนายชั้นฎีกาแทนโจทก์อีก 150 บาท
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยให้การปฏิเสธอย่างกำกวม ต่อมาเมื่อตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือแล้วปรากฏว่าเป็นของจำเลย จำเลยกลับรับว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของตน แต่ลงไว้ในคราวกู้เงินจากนายหยิบ และขอสืบพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้สืบเฉพาะบางปาก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2497นายขีด ปานบุญโจทก์นายต่วน ถุงทองจำเลย ป.วิ.พ. ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยกู้เงิน ไม่เคยทำสัญญากู้พิมพ์ลายนิ้วมือให้โจทก์โดยตรงตามเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์ทำปลอมขึ้น เอกสารท้ายฟ้องไม่ถูกต้องทั้งหมดและไม่สมบูรณ์ ดังนี้ เป็นข้อต่อสู้กำกวม คล้ายกับจะให้เข้าใจว่าจำเลยไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือให้โจทก์ เมื่อสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลย 5 ปากว่าจำเลยกู้เงินนายหยิบลงลายมือชื่อให้ในกระดาษเปล่า จำเลยทราบว่านายหยิบให้ลายพิมพ์นิ้วมือแก่โจทก์ จำเลยขอสืบพยานต่อไป ศาลไม่อนุญาตให้สืบ เป็นการชอบแล้วโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2492 จำเลยได้กู้เงินโจทก์ 6,000 บาท ตกลงกันว่าหลังจากหนึ่งปีนับแต่วันกู้ถ้าจำเลยไม่ใช้คืน จำเลยยอมให้ดอกเบี้ยเป็นเงินชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือนตามหนังสือสัญญากู้ โจทก์ได้ทวงถามหลายครั้งก็ไม่ชำระ ขอให้จำเลยใช้เงิน 6,000 บาทกับดอกเบี้ย 7 เดือน 525 บาท รวมเป็นเงิน 6,525 บาท กับดอกเบี้ยต่อไปจำเลยแก้ว่า ไม่เคยกู้เงินและไม่เคยทำหนังสือสัญญากู้ลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยตรงให้โจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องโจทก์ โจทก์กับพวกมีเจตนาไม่สุจริตสมคบกันกระทำเอกสารกู้ท้ายฟ้องปลอมขึ้นเพื่อฉ้อโกงจำเลย เอกสารสัญญาท้ายฟ้องไม่ถูกต้องทั้งหมดและไม่สมบูรณ์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตามคำให้การจำเลยปฏิเสธสัญญากู้ตลอดจนลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้ในสัญญา และแถลงตามรายงานพิจารณาลงวันที่ 22 มกราคม 2494 ว่า ที่ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์โดยจำเลยไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับเงิน เมื่อโจทก์สืบพยานได้ให้ผู้ชำนาญตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญากู้ ปรากฏผลว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือคน ๆ เดียวกัน เมื่อจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานกลั