ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2497
ประเด็นกฎหมาย
ปัญหาว่ากรรมสิทธิ์ในเรือนหอเป็นของใคร อยู่ที่ว่าได้ชำระราคากันแล้วหรือยัง หาใช่เรื่องการปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามลักษณะซื้อขายไม่
หลักกฎหมาย
ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย เรือนหอเป็นสินเดิมของฝ่ายที่ออกทรัพย์ ปัญหาว่ากรรมสิทธิ์ในเรือนเป็นของใครจึงอยู่ที่ว่าได้ชำระราคากันแล้วหรือยัง ไม่ใช่เรื่องปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามลักษณะสัญญาซื้อขาย
คำวินิจฉัย
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์แต่งงานกับบุตรจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ขายเรือนพิพาทให้เป็นเรือนหอราคา 7 ชั่ง ขณะนั้นกฎหมายลักษณะผัวเมียบังคับใช้ โจทก์ชำระราคาแล้ว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2497นายเพิ่มภมรโจทก์นายมอญ จตุรัส กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย ป.พ.พ. ม. 456, ม. 1463โจทก์แต่งงานกับบุตรจำเลย จำเลยได้ขายเรือนของจำเลยให้แก่โจทก์เป็นเรือนหอ ซึ่งในขณะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยายังใช้กฎหมายลักษณะผัวเมียอยู่ ซึ่งตามกฎหมายนั้นเรือนหอเป็นสินเดิมของฝ่ายที่ออกทรัพย์ ปัญหาว่ากรรมสิทธิ์ในเรือนหอเป็นของใคร จึงอยู่ที่ว่าได้ชำระราคากันแล้วหรือยัง หาใช่เรื่องการปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามลักษณะซื้อขายไม่โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้ขัดขวางโจทก์ทำการขนเรือนของโจทก์ออกจากที่บ้านของจำเลยที่ 1จำเลยให้การทำนองเดียวกันว่า เรือนพิพาทเป็นของจำเลยที่ 3-4 โดยจำเลยที่ 1 ยกให้จำเลยที่ 4 เมื่อก่อนสมรสกับจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือนพิพาทเป็นเรือนหอของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 ขายให้ไปแล้วกรรมสิทธิ์ของเรือนจึงตกเป็นของโจทก์พิพากษาห้ามจำเลยทุกคนเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยที่ 2 และที่ 5 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 500 บาทจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การซื้อขายเรือนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานจึงตกเป็นโมฆะแต่ปัญหาว่าใครเป็นผู้รื้อเรือนไปปลูกในที่ดินโจทก์เพราะเหตุใดศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้วินิจฉัยตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แล้วพิพากษาใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ทำการสมรสกับนางสงวนบุตรจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ได้ขายเรือนพิพาทให้เป็นเรือนหอโดยคิดราคาเป็นเงิน 7 ชั่ง ขณะนั้นเป็นเวลาเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยายังใช้กฎหมายลักษณะผัวเมียบังคับอยู่ซึ่งตามกฎหมายนั้น เรือนหอตกเป็นสินเดิมของฝ่ายที่ออกทรัพย์ ปัญหาว่ากรรมสิทธิ์ในเรือนเป็นของใครจึงอยู่ที่ว่าได้ชำระราคากันแล้วหร