ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2497

ประเด็นกฎหมาย

การร้องขอให้ศาลไต่สวนแสดงสัญชาติไทยในคดีไม่มีข้อพิพาท

หลักกฎหมาย

คดีไม่มีข้อพิพาทไม่อาจใช้เพื่อขอให้ศาลแสดงสัญชาติได้ หากมีการโต้แย้งสิทธิ ต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท และต้องมีกฎหมายสนับสนุนให้ใช้สิทธิทางศาล

คำวินิจฉัย

ผู้ร้องไม่มีสิทธิเสนอคดีขอให้ศาลไต่สวนแสดงสัญชาติในคดีไม่มีข้อพิพาทได้ พิพากษายืน ให้ยกคำร้อง ให้ผู้ร้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องเกิดในไทย บิดาเป็นจีน มารดาเป็นไทย ไปเรียนที่จีนแล้วกลับมา เข้าใจผิดว่าตนเป็นคนต่างด้าวจึงขอใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ต่อมาขอให้ศาลไต่สวนแสดงสัญชาติไทยในคดีไม่มีข้อพิพาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2497นายช่องหลั่ง หรือเป้า แซ่จันผู้ร้องพนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ร้องขอให้ศาลไต่สวนแสดงว่าเป็นคนไทย เพิกถอนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ซึ่งผู้ร้องได้มาโดยสำคัญผิดว่าเป็นคนต่างด้าวจะร้องเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้นายช่องหลั่นหรือเป้า แซ่จัน ยื่นคำร้องว่าเป็นบุตรนายเขียว แซ่จัน ชาติจีน และนางเส่ยสัญชาติไทย ผู้ร้องเกิดที่ตลาดสถานีตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่ออายุ 12 ปี บิดาได้ส่งผู้ร้องไปเรียนหนังสือและการค้าที่ประเทศจีน จนอายุได้ 20 ปี จึงกลับมาอยู่ประเทศไทยอย่างเดิม เมื่อ พ.ศ. 2480 ทางราชการประกาศทำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ผู้ร้องคิดว่าตนเป็นคนจีน จึงไปขอใบสำคัญเป็นคนต่างด้าว บัดนี้รู้สึกว่าได้กระทำไปโดยสำคัญผิด จึงขอให้ศาลไต่สวนแสดงว่าผู้ร้องเป็นบุคคลมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2456 และ พ.ศ. 2495 และเบิกถอนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้ร้องเสียพนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราคัดค้านว่าผู้ร้องมิได้มีสัญชาติเป็นคนไทยตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2495ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งว่าผู้ร้องเป็นคนไทยมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2456 และ พ.ศ. 2459 มาตรา 7 ให้เพิกถอนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวที่ 351/2480 เสียพนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ปรึกษาเห็นว่า ผู้ร้องจะเสนอคดีต่อศาลมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และอ้างคำพิพากษาฎีกา1317/2495 เป็นแบบอย่าง จึงพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องให้ผู้ร้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนพนักงานอัยการตลอดทั้งสองศาลผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะเสนอ