การวินิจฉัยชี้ขาดคดีเบื้องต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 และค่าขึ้นศาลในการอุทธรณ์ฎีกา
กรณีที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 นั้น หากคู่ความอุทธรณ์ฎีกาเพียงขอให้พิจารณาพิพากษาใหม่ มิได้ขอให้ชนะคดี ค่าขึ้นศาลให้เสียเพียง 20 บาท และเมื่อสัญญาไม่มีข้อที่ต้องนำสืบอีกแล้ว ย่อมไม่อนุญาตให้นำสืบเจตนาของคู่สัญญา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องบังคับตามสัญญาจ้างตัดไม้และขายไม้ จำเลยต่อสู้ว่ายังไม่มีการตกลงจำนวนไม้ที่จะขาย ศาลชั้นต้นเห็นควรวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลสัญญาก่อน แล้วต่อมาสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ฎีกาขอให้พิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2497นายเปลื้อง นิลพันธ์โจทก์กรมป่าไม้ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 24, ม. 227 ตาราง, ข้อ 2ศาลชั้นต้นสั่งว่าควรจะวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลสัญญาที่พิพาทเสียก่อนแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วงดสืบพยานนัดฟังคำพิพากษา คำสั่งนี้ศาลชั้นต้นก็เข้าใจว่าเป็นการสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ศาลฎีกาก็เห็นว่าเป็นการสั่งตาม มาตรา 24 และโจทก์อุทธรณ์ฎีกา ขอเพียงให้พิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้นจึงเสียค่าขึ้นศาล 20 บาทถูกต้องแล้ว (ประชุมใหญ่ครั้งที่7/2498)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ให้ทำการตัดโค่น ฯลฯและขนส่งไม้สักนำไปรวมหมอนไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำปิง โดยตกลงคิดค่าจ้างให้แก่โจทก์และตกลงจะขายไม้ทั้งหมดให้แก่โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับและให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การต่อสู้ว่าตามสัญญาจำเลยจะขายไม้ทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่จำเลยก็ได้แล้วแต่จะตกลงกันและต่อสู้ประการอื่น ๆ อีกในวันชี้สองสถานโจทก์จำเลยส่งสัญญาจ้างทำป่าฝ่ายละ 1 ฉบับเป็นสัญญาเดียวกัน จำเลยแถลงว่าตามสัญญานั้นจำนวนไม้ที่จะขายจะต้องมีการตกลงกัน แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการตกลงเพราะตกลงกันไม่ได้คู่ความรับกันว่าจำเลยยอมขายไม้ให้โจทก์ 3 ท่อน แต่โจทก์ไม่ตกลงซื้อศาลชั้นต้นเห็นว่าควรจะมีการวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลสัญญานี้ข้อ 3 เสียก่อน แล้วต่อมาได้สั่งว่า เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงได้งดสืบพยานเสีย แล้วพิพากษาว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องเพราะยังไม่มีการตกลงกันตามสัญญาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานและยกฟ้องโจทก์เสีย แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์อุทธรณ์ตาม มาตรา 24-227