ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2497

ประเด็นกฎหมาย

การช่วยดูต้นทางให้เพื่อนกระทำอนาจาร เป็นความผิดฐานผู้สมรู้หรือไม่ และการกระทำถึงขั้นพยายามข่มขืนหรือเพียงอนาจาร

หลักกฎหมาย

การช่วยดูต้นทางให้ผู้กระทำความผิดเป็นการอุปการะแก่การกระทำความผิด ทำให้เป็นผู้สมรู้ในความผิดนั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 246 ประกอบด้วยมาตรา 65 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 เพียง 4 เดือน นอกจากนี้คงเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองหลอกผู้เสียหายว่าสามีให้กลับบ้านพร้อมจำเลย ผู้เสียหายเชื่อจึงไปด้วยโดยดี ระหว่างทางจำเลยที่ 1 กอดปล้ำและขึ้นคร่อมผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ยืนดูต้นทางห่าง 3 วา แล้วร้องบอกเมื่อมีคนมา ผู้เสียหายแจ้งความว่าโดนปลุกปล้ำ ไม่ได้พูดถึงการข่มขืน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2497พนักงานอัยการจังหวัดชุมพรโจทก์นายน้อย ชาญวารินทร์ ที่ 1 นายหญีต ครองทรัพย์ ที่ 2จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ช่วยดูต้นทางให้เพื่อนทำอนาจาร เป็นผิดฐานผู้สมรู้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2496 เวลากลางวันจำเลยบังอาจสมคบกันใช้อาวุธ ล่อลวงและฉุดคร่านางเลี่ยนซึ่งมิใช่ภริยาจำเลยไปเพื่อการอนาจาร แล้วจำเลยที่ 1 บังอาจกอดปล้ำพยายามข่มขืนกระทำชำเรานางเลี่ยน จำเลยที่ 2 เฝ้าเหตุการณ์เพื่อให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 เหตุเกิดที่ตำบลปากคลอง อำเภอปทิวจังหวัดชุมพร นางเลี่ยนได้ร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานฟ้องจำเลย จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 243, 276 และริบมีดโกนของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดดังโจทก์หา ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 243, 276, 60, 63 ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี มีดโกนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ไม่ปรากฏว่าได้ใช้ในการกระทำผิด ให้คืนเจ้าของไปจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานกระทำอนาจาร ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 246 ให้จำคุกจำเลยคนละ 6 เดือน นอกจากที่แก้นี้คงเป็นไปตามเดิมโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีนี้ ทางพิจารณาได้ความว่า นางเลี่ยนผู้เสียหายเป็นภริยานายจำลอง เมื่อวันโจทก์หาผู้เสียหายได้ไปเยี่ยมนางจ่างมารดาซึ่งอยู่ต่างตำบล เพราะวันนั้นมีงานสนุกที่บ้านนางจ่าง เวลาประมาณ 15.00 นาฬิกา จำเลยทั้งสองซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนได้ไปบอกผู้เสียหายว่า นายจำลองสามีให้ผู้เสียหายกลับบ้านพร้อมกับจำเลยในวันนี้ ผู้เสียหายเชื่อจึงไปกับจำเลยโดยดี ซึ่งน่าจะเป็นความจริง เพราะโจทก์มิได้อ้างนายจำลองสามีผู