การกระทำของจำเลยที่แทงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย เป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือไม่ และมีเหตุลดโทษฐานยั่วโทสะหรือไม่
การที่ผู้ตายตบและชกจำเลยเป็นการกระทำเพราะถูกจำเลยยั่วท้าทาย และเพื่อป้องกันหลานสาว ไม่ถือว่าผู้ตายยั่วโทสะจำเลย จำเลยใช้ศาสตราวุธร้ายแรงแทงผู้ตายในที่สำคัญ บาดแผลฉกรรจ์ และถึงแก่ความตายภายในไม่เกิน 14 ชั่วโมง ถือว่าจำเลยฆ่าโดยเจตนา
พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 16 ปี ฐานฆ่านายทอกตายโดยเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ส่วนอาวุธของกลางให้ริบ
จำเลยอยู่กินกับนางทิพย์โดยมิได้จดทะเบียนสมรส ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือนจำเลยทุบตีนางทิพย์จนเลิกกัน ในวันเกิดเหตุจำเลยถือเหล็กตะไบแหลมไปที่บ้านนางพันและจับแขนนางทิพย์ฉุดเพื่อให้กลับไปอยู่ด้วย ขู่จะกินเลือด นายทอกผู้ตายซึ่งเป็นลุงของนางทิพย์เข้ามาห้ามปรามโดยดี จำเลยไม่ฟัง โต้เถียงและท้าทาย ผู้ตายจึงตบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2497พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรีโจทก์นายโพธิ์ ไผ่พรมจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา จำเลยฉุดหญิงที่เป็นภรรยาจำเลยโดยไม่จดทะเบียนตามกฎหมายให้กลับไปอยู่กินด้วยกัน ลุงของหญิงห้าม จำเลยไม่ฟังจึงตบหน้าจำเลย 1 ที ชก 1 ที จำเลยแทงด้วยตะไบที่ท้อง ตายในวันนั้นเองเป็นความผิดตาม มาตรา 249 และไม่มีเหตุลดโทษฐานยั่วโทสะรับว่าแทงเขาเพื่อต่อสู้ว่าป้องกันและยั่วโทสะซึ่งฟังไม่ได้ และเหตุเกิดต่อหน้าคนโดยเปิดเผย ถึงจะรับหรือไม่รับก็เท่ากัน ไม่ควรลดโทษตาม มาตรา 59โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 2 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2497นายทอก ท่าวารี อายุ 51 ปี ถูกจำเลยอายุ 58 ปี แทงด้วยเหล็กแหลมตะไบสามเหลี่ยม ที่ท้องด้านซ้ายใต้ซึ่โครงเป็นบาดแผลสามเหลี่ยมด้านเท่าด้านละ 11/2 เซ็นติเมตร ลึกทะลุภายใน เมื่อตอนเย็นราว 16.00 หรือ 17.00 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2496 อยู่ได้พอจวนสว่างของคืนนั้นก็ขาดใจตาย เพราะพิษบาดแผลนี้เหตุเกิดตำบลท่าเกษม กิ่งอำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรีโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาชั้นแรกจำเลยให้การว่ากระทำโดยทางป้องกันตัว ภายหลังขอแก้เป็นถูกยั่วโทสะ และโดยไม่เจตนาให้ถึงตายศาลจังหวัดกบินทร์บุรี พิจารณาฟังว่าจำเลยฆ่าโดยเจตนา วางโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 จำคุก 16 ปี และกระทำโดยบันดาลโทสะตาม มาตรา 55 เพราะนายทอกทำร้ายก่อน ลดโทษกึ่งทั้งจำเลยรับสารภาพโดยดีมาตั้งแต่ต้น เป็นประโยชน์แก่ทางพิจารณาอยู่มาก ลดฐานปรานีตามมาตรา 59 ให้อีกกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปีริบเหล็กแหลมของกลางโจทก์จำเลยอุทธรณ์โจทก์ค้านว่า กรณีไม่เป็นบันดาลโทสะ และไม่ได้รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่ทางพิจารณา ควรรับโทษเต็มตามศาลชั้นต้นกำหนดไม่ควรลดทั้ง 2