การปลอมใบมอบฉันทะเพื่อโอนโฉนดที่ดินให้ตนเองแล้วจำนองต่อไป ผู้รับจำนองไม่มีสิทธิตามสัญญาจำนองต่อเจ้าของเดิม และจะอ้างความประมาทของเจ้าของเดิมให้รับผิดต
เมื่อนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นจากการทุจริตผิดกฎหมายและเจ้าของเดิมมิได้รู้เห็นด้วย ต้องถือเสมือนว่ามิได้มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นเลย กรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงคงเป็นของเจ้าของเดิม ผู้รับจำนองจากผู้ไม่มีสิทธิจำนองย่อมไม่มีสิทธิตามนิติกรรมจำนอง และจะอ้างความประมาทของเจ้าของเดิมให้ต้องรับผิดตามสัญญาจำนองไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองเสียค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 800 บาท
จำเลยที่ 1 ปลอมหนังสือมอบอำนาจและแจ้งเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 11 โฉนดของโจทก์ให้แก่ตนเอง แล้วนำที่ดิน 2 โฉนดไปจำนองแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งรับจำนองโดยสุจริต แต่ศาลอาญาฟังว่าจำเลยที่ 1 กระทำโดยทุจริตและพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 2 ยินยอมให้ศาลแพ่งฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2497นางสงวน ชูจิตารมย์โจทก์นางองุ่น วงศาโรจน์ ที่ 1 นายชุม โมกขะเวส ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ปลอมใบมอบฉันทะไปโอนโฉนดขายให้ตนเองแล้วจำนองต่อไปผู้รับจำนองไม่มีสิทธิตามสัญญาจำนองต่อเจ้าของเดิมเลย ผู้รับจำนองจะอ้างความประมาทของเจ้าของเดิมให้รับผิดตามสัญญาจำนองไม่ได้จำเลยในคดีแพ่งอาจยินยอมให้ศาลฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญา ซึ่งตนไม่ได้เป็นจำเลยด้วยก็ได้คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยที่ 1 สมคบกับพวกใช้อุบายหลอกลวงรับโฉนดที่ดิน 11 ฉบับ สำหรับที่ดิน 11 แปลงของโจทก์คือโฉนดเลขที่ 10336 ถึง 10436 เป็นลำดับไปจากโจทก์ ว่าจะเป็นนายหน้าเดินขายที่ดินให้ ครั้นแล้วสมคบกันปลอมหนังสือมอบอำนาจว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดิน 11 แปลงให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 แจ้งเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าจำเลยที่ 1 ปรากฏตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจปลอมลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2493 และสำเนาคำแจ้งเท็จลงวันที่ 18 เดือนเดียวกันท้ายฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อคำแจ้งเท็จของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นความจริงจึงได้แก้ทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 ทั้ง 11 โฉนดแล้วจำเลยทั้งสองสมคบและสมยอมกันทำการจำนองโดยจำเลยที่ 1 จำนองที่ดินโฉนดที่ 10343 และ 10344 ให้แก่จำเลยที่ 2 ปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองกรรมสิทธิ์ที่ดินลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2493 ท้ายฟ้องจึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนนิติกรรมการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดิน 11 โฉนดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และเพิกถอนนิติกรรมจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนั้นเสียแล้วสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนหลังโฉนด 11 ฉบับให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามเดิมนางองุ่