ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถอนคำสั่งอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องมิได้เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และการที่ศาลไม่อนุญาตให้จำเลยสืบ

หลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมมิได้เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายและถูกถอนคำสั่งอนุญาต แต่ทนายของผู้ร้องมิได้ซักถามพยานในชั้นสืบพยานโจทก์ จึงไม่มีเหตุให้ดำเนินการพิจารณาใหม่เพราะไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ และการที่จำเลยขอถอนคำแถลงของทนายและขอสืบพยานเพิ่มเติมหลังจากทนายแถลงไว้ชัดเจนแล้ว โดยไม่มีเหตุสมควร เป็น

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นางเสาร์ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอ้างว่าเป็นภริยาผู้ตาย ศาลอนุญาต ต่อมาสืบพยานโจทก์เสร็จปรากฏว่านางเสาร์มิได้เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นถอนคำสั่งอนุญาต แต่ทนายนางเสาร์มิได้ซักถามพยาน จำเลยแต่งทนายสืบพยานไปหลายปากแล้ว ทนายจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานบางปาก ต่อมาจำเลยขอถอนคำแถลงและขอสืบพยานเพิ่มเติมโด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2497พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์โจทก์นายทอน หรือสุนทร คันทะศร กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่อัยการฟ้องว่าจำเลยฆ่าสามีโจทก์ร่วม สืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ความปรากฏขึ้นศาลจึงถอนคำสั่งที่อนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม แต่ในชั้นพิจารณาทนายของโจทก์ร่วมมิได้ซักถามพยานแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะให้พิจารณาใหม่ทนายจำเลยแถลงขอสืบพยานอีกคนเดียวนอกนั้นไม่ติดใจสืบเพราะไม่ใช่ข้อสำคัญ ถึงวันนัดพยานไม่มาศาล จำเลยว่าป่วย แต่ไม่มีหลักฐานแสดงว่าป่วย จำเลยกลับขอถอนทนาย และขอสืบพยานที่ทนายจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบ ดังนี้เป็นการประวิงความศาลไม่อนุญาตให้สืบพยานจำเลยตามที่ขอศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 249, 63 จำคุก 20 ปี จำเลยฎีกา มีข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาพิพากษาดังนี้"ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า เรื่องนี้เดิมนางเสาร์ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการอ้างว่าเป็นภริยาผู้ตาย ศาลสั่งอนุญาตแล้วครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ความปรากฏว่า นางเสาร์มิได้เป็นภริยาอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลชั้นต้นได้สั่งถอนคำสั่งอนุญาตเดิมเช่นนี้ ศาลควรสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาซึ่งดำเนินมาแล้วด้วยนั้นความข้อนี้ปรากฏว่าในชั้นสืบพยานโจทก์ทนายนางเสาร์มิได้ซักถามพยานแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะให้ดำเนินการพิจารณาใหม่แต่ต้น ดังที่จำเลยฎีกา เพราะไม่ทำให้จำเลยต้องเสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใดส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า ศาลสั่งงดสืบพยานจำเลย และไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานเพิ่มเติมเป็นการไม่ชอบนั้น ก็ได้ความว่าเดิมจำเลยแต่งนายประเคนเป็นทนาย ได้สืบพยานจำเลยไปหลายปากแล้วนายประเคนแถลงว่า จะขอสืบพระภิกษุทองใบ พยานนำอีกปากเดียวมาไม่ได้เพราะระห