ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 7/2555

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานทางปกครองกับเอกชน เป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่ง

หลักกฎหมาย

สัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ หมายถึงสัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค การที่สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญที่จำเป็นต่อการจัดทำบริการ

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ให้ศาลปกครองกลางรับคดีไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชนพัฒนาโปรแกรมและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานตามภารกิจบริการสาธารณะของกรม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 7/2555กรมส่งเสริมสหกรณ์โจทก์บริษัทดับบลิวไอซี จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๗/๒๕๕๕ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) ศาลแพ่ง ระหว่าง ศาลปกครองกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลแพ่งโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทดับบลิวไอซี จำกัด ที่ ๑ ธนาคารกรุงไทย จำกัด ที่ ๒ จำเลย ต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๔๑๔๙/๒๕๕๒ ความว่า เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๐ โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ให้เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เป็นเงินจำนวน ๕,๙๙๐,๐๐๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของจำเลยที่ ๑ เป็นจำนวนเงินไม่เกิน ๕๙๙,๐๐๐ บาท แต่เมื่อครบกำหนดตามสัญญาจ้าง จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยส่งมอบงานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถนำโปรแกรมแ