ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6712/2554

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นตามคำพิพากษาศาลฎีกาในกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืนไปแล้วก่อนการรับโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ร

หลักกฎหมาย

ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กรณีเร่งด่วน เมื่อเจ้าหน้าที่วางเงินค่าทดแทนตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกเวนคืนจะโอนไปยังรัฐนับแต่วันวางเงินค่าทดแทน โดยไม่ต้องรอให้มีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนภายหลัง และที่ดินดังกล่าวตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นด

คำวินิจฉัย

โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นตามคำพิพากษาศาลฎีกา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนบางส่วนในโครงการเร่งด่วน ต่อมามีการวางเงินค่าทดแทนในวันที่ 7 กันยายน 2541 ซึ่งทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนที่ถูกเวนคืนโอนไปยังรัฐนับแต่วันนั้น ต่อมาผู้ร้องรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงในวันที่ 29 มิถุนายน 2549 หลังจากนั้นศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิ่มเงินค่าทดแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6712/2554นายธีระศักดิ์ ลักษมีเศรษฐ์โจทก์บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยผู้ร้องกรมทางหลวง กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 9, ม. 10, ม. 11, ม. 13, ม. 18 (2), ม. 31 ป.พ.พ. ม. 1304 (2) ท้าย ป.วิ.พ.ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน หากเจ้าหน้าที่เวนคืนจัดให้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนในกรณีที่ตกลงกันได้หรือ วางเงินค่าทดแทนในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ ให้ถือว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นับแต่วันชำระเงินหรือวางเงินทดแทนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 13 วรรคท้ายประกอบมาตรา 11 วรรคสอง ที่ดินโจทก์ทั้งสองแปลงถูกเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน กรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองแปลงส่วนที่ถูกเวนคืนย่อมตกเป็นของฝ่ายจำเลยตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2541 อันเป็นวันที่ฝ่ายจำเลยได้วางเงินค่าทดแทนที่ดินทั้งสองแปลงโดยนำไปฝากไว้กับธนาคารออมสิน สาขาชัยภูมิ ในนามของโจทก์ซึ่งเป็นวันก่อนที่พระราชกฤษฎีกาฯ สิ้นผลใช้บังคับโดยไม่ต้องมีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินทั้งสองแปลงตามมาตรา 15 ในภายหลังอีก กรณีถือได้ว่าที่ดินทั้งสองแปลงของโจทก์ส่วนที่ถูกเวนคืนรวมเนื้อที่ 111 ตารางวา ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) นับแต่วันที่ 7 กันยายน 2541 เป็นต้นไป เมื่อผู้ร้องรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงภายหลังจากพระราชกฤษฎีกาฯ สิ้นผลใช้บังคับ ผู้ร้องย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองแปลงเฉพาะส่วนที่เหลือจากการเวนคืนเท่านั้น แต่ผู้ร้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืน ดังนั้นผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้