ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2099/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังคำบอกเล่าและคำซัดทอดระหว่างจำเลยด้วยกันในคดีรับของโจร

หลักกฎหมาย

คำบอกเล่าและคำซัดทอดระหว่างจำเลยด้วยกัน ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยอื่นได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องปล่อยตัวจำเลยที่ 2 และยกฎีกาโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหารับของโจร โดยมีพยานเพียงปากเดียวที่เห็นจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และมีคำบอกเล่าของจำเลยที่ 1 ที่บอกตำรวจว่าซื้อของกลางจากจำเลยที่ 2

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2099/2497พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายห้อง เรืองฤทธิ์ ที่ 1จำเลยนายอ่อง ละอองทรง ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. คดีรับของโจร คำของจำเลยที่ 1 บอกตำรวจว่าซื้อของกลางจากจำเลยที่ 2 เป็นคำบอกเล่าและคำซัดทอดระหว่างผู้ร้ายฟังยันจำเลยที่ 2 มิได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกของวันที่ 4 เมษายน ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 5 เมษายน 2497 ซึ่งเป็นเวลากลางคืนตามกฎหมาย ได้มีคนร้ายลักเอาเหล็กลวดสายบัว 14 ท่อนและน๊อตเหล็ก 25 อัน รวมราคาทั้งสิ้น 1,462.50 บาท ของกรมชลประทานซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายคำสอน วุฒิชัย ไป เหตุเกิดที่ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2497 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับตัวจำเลยทั้งสองได้และจับได้เหล็กลวดสายบัว 14 ท่อน น๊อตเหล็ก 25 อัน ซึ่งถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวแล้วนั้น ได้จากบ้านของนายห้อง จำเลย ทั้งนี้โดยตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้สมคบกันลักเอาเหล็กลวดสายบัว 14 ท่อน และน๊อตเหล็ก 25 อัน ของกลางนั้นไป หรือมิฉะนั้นตามวันและเวลาดังกล่าวแล้วในข้อ 1 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2497 เวลากลางวันและกลางคืนตลอดมา จำเลยทั้งสองบังอาจสมคบกันรับเอาเหล็กลวดสายบัว 14 เส้น และน๊อตเหล็ก 25 อันนั้นไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321 และขอให้คืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์นายห้อง เรืองฤทธิ์ จำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้ซื้อเหล็กและน๊อตของกลางไว้จากนายอ่อง จำเลยที่ 2 โดยรู้ว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายจริงนายอ่อง ละอองทรง จำเลยให้การปฏิเสธทางพิจารณาได้ความว่า เหล็กของกลางได้เก็บรักษาไว้ในห้องพัสดุซึ่งนายคำสอน ว