โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่ศาลลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ได้หรือไม่ และความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เป็นเหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดา
ความผิดฐานชิงทรัพย์ประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ประการ คือ การลักทรัพย์และการใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญ ดังนั้น แม้โจทก์ฟ้องฐานพยายามชิงทรัพย์ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดเพียงฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย และการพยายามลักทร
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย
จำเลยล้วงกระเป๋ากางเกงของนายชวนเพื่อลักทรัพย์เงิน 3 บาท แต่นายชวนรู้สึกตัวจับมือจำเลยไว้ ทำให้การกระทำไม่สำเร็จ จำเลยไม่ได้ขู่เข็ญจะทำร้ายอย่างชัดเจน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2496พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเฉลิม ศิริชัยจำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ฟ้องว่าพยายามชิงทรัพย์ ศาลลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ได้ พยายามลักทรัพย์ ก็เป็นการลงมือกระทำการลักทรัพย์อันเป็นเหตุร้ายจึงลงโทษกักกันได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2493 เวลากลางวันจำเลยได้พยายามชิงทรัพย์เงิน 3 บาทของนายชวน ศิริวงศ์ โดยใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงของนายชวน หากแต่นายชวนรู้สึกตัวเสียก่อนจึงจับมือจำเลยไว้ เป็นเหตุให้จำเลยทำการไม่สำเร็จ จำเลยได้ขู่เข็ญจะทำร้ายนายชวนในขณะที่นายชวนจับมือจำเลยนั้น เพื่อปกปิดการกระทำผิดหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดเหตุเกิดที่ตำบลวังบูรพา อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง และเฉพาะโทษครั้งที่ 5 พ้นโทษมายังไม่เกิน 5 ปี จึงขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298, 60, 72 และขอให้ลงโทษกักกันตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 6, 8, 9 ด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อที่เคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าจริงตามใบแดงแจ้งโทษศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า ในวันเกิดเหตุนายชวนโดยสารรถยนต์ 2แถวมาจากท่าช้าง จำเลยก็ขึ้นมาด้วยครั้นรถเลี้ยวมาถนนเจริญกรุง จำเลยก็ล้วงกระเป๋ากางเกงซึ่งมีเงินอยู่ 3 บาทนายชวนรู้สึกจับมือจำเลยได้และต่อว่าจำเลย ในที่สุดจำเลยลงจากรถวิ่งหนีไปขึ้นรถ 3 ล้อ และไปถูกพลตำรวจจราจรจับตัวได้ที่ป้อมตำรวจหน้าวัดสุทัศน์การกระทำของจำเลยเป็นเพียงพยายามลักทรัพย์ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยขู่เข็ญจะทำร้ายฟังไม่ได้แน่ชัด พิพากษาให้จำคุกจำเลย 2 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 และ 60 เพิ่มโทษตามมาตรา 72 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน เมื่อพ้นโทษ