การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 เมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขมากแต่โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินพันบาท
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก แต่โทษจำคุกจำเลยยังไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินพันบาท
ให้ยกฎีกาเสีย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนผิดฐานเล่นการพนันป๊อก ปรับคนละ 150 บาท โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้ามือ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือ พิพากษาแก้ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 400 บาท จำเลยที่ 1 ฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2496อัยการจังหวัดลำพูนโจทก์นายตา ขุนทอง กับพวก 3 คนจำเลย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ป.วิ.อ. ม. 220ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย 150 บาทฐานเล่นการพนันป๊อกศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นเจ้ามือพิพากษาแก้ ให้จำคุก 2 เดือนปรับ 400 บาทดังนี้แม้จะเป็นการแก้ไขมาก โทษจำคุกจำเลยก็ยังไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกินพันบาทจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทุกคนผิดบานเล่นการพนันป๊อกชนิด 15 แต้มตาม พระราชบัญญัติการพนัน 2478 มาตรา 4, 5, 6,10, 12 ปรับคนละ 300 บาท ลดกึ่งตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 5 คงปรับคนละ 150 บาท ฯลฯโจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้ามือศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือ จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือนปรับ 600 บาท ฯลฯ ลดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 59 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 เดือนปรับ 400 บาทจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงให้ยกฎีกาเสีย(ทรงนิติกรณ์-มนูภันย์วิมลสาร-นนทประชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ