ในการพิจารณาคดีเด็กหรือเยาวชนที่ให้การปฏิเสธ ผู้อำนวยการสถานพินิจต้องรายงานความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุแห่งการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและ
ตามมาตรา 26(2) แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 ผู้อำนวยการสถานพินิจต้องรายงานข้อเท็จจริงและแสดงความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุแห่งการกระทำซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเสนอต่อศาลทุกเรื่อง ไม่ว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธก็ตาม การที่เจ้าพนักงานสถานพินิจถือว่าเมื่อจำเลยปฏิเสธก็ไม่มี
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง
จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปี 10 เดือน ขณะกระทำผิด เป็นเยาวชนตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนของสถานพินิจ ทำให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติรายงานว่าไม่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับการกระทำผิดได้ และผู้อำนวยการสถานพินิจมิได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุแห่งการกระทำผิดม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2496พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายสิทธิ์ หรือหมึก จุ้ยบุญแจ่ม ที่ 1 นายช้า เท้งทุ้ย แซ่ตั้ง หรือเง็กซุง แซ่นิ้ม ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ในคดีที่เด็กหรือเยาวชนต้องหาว่ากระทำผิดผู้อำนวยการสถานพินิจต้องรายงานแสดงความเห็นถึงเรื่องสาเหตุแห่งการกระทำของจำเลยด้วยทุกเรื่องถึงแม้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิดก็ดีโจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2495 ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2495 ซึ่งเป็นเวลากลางคืนตามกฎหมาย จำเลยในคดีนี้กับพวกอีก 2 คนซึ่งได้แยกฟ้องที่ศาลอาญา คดีดำที่ 641/2495 แล้ว ได้กระทำผิดต่อกฎหมาย โดยจำเลยบังอาจมีมีดเป็นศาตราวุธติดตัวไปคนละ 1 เล่มสมคบกันกระทำการปล้นทรัพย์ของนายเว้งล้งแซ่ตั้ง และนางคิ้มแซ่อึ้ง ไปหลายอย่างคือสายสร้อยคอทองคำ 1 สาย พร้อมด้วยเหรียญทองคำรูปหัวใจ 1 เหรียญราคา 750 บาท กับกรรไกรตัดผ้า 1 เล่มราคา 7 บาท รวมราคาทั้งสิ้น 757 บาท ในการปล้นทรัพย์ จำเลยกับพวกดังกล่าวได้สมคบกันใช้ศาตราวุธมีดที่มีติดตัวไป ขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนายเว้งล้ง แซ่ตั้ง ผู้เสียหายทั้งยังได้สมคบกันใช้ศาตราวุธมีดดังกล่าวแทงทำร้ายนางคิ้ม แซ่อึ้ง ภริยาผู้เสียหาย ด้วยเจตนาฆ่าให้ตาย โดยแทงถูกตามร่างกาย 3 แผล นางคิ้ม แซ่อึ้ง ถึงแก่ความตายโดยพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยกับพวกแทงทำร้ายในคืนเกิดเหตุนั้นเองเหตุเกิดที่ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนครครั้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2495 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ได้และวันที่ 21 เดือนเดียวกัน จับจำเลยที่ 2 ได้ และได้สายสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ราคา 700 บาท (ขาดขอเกี่ยวสายสร้อย 1 อันราคา 50 บาท) ที่จำเลยกับพวกปล้นไปตามฟ้องคืนจากน