ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2496พนักงานอัยการจังหวัดตรังโจทก์นายสมพงศ์ อินทร์แก้วจำเลย ป.วิ.อ. ฟ้องว่าลักทรัพย์ไปตามบัญชีท้ายฟ้อง แต่โจทก์ไม่ได้ส่งบัญชีทรัพย์ไปพร้อมกับฟ้อง เพิ่งจะส่งเมื่อสืบเจ้าทรัพย์พยานโจทก์ศาลสั่งรับไว้คดีนี้จำเลยอ้างฐานที่อยู่ไม่ได้โต้เถียงในเรื่องทรัพย์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ฟ้องหาว่า วันที่ 18 พฤษภาคม 2495 เวลากลางคืน จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งมีมีด สมคบกันเข้าไปในเคหสถานของเจ้าทรัพย์ลักเอาทรัพย์ของนางเสงี่ยมไปหลายอย่าง รวมราคา 1,335 บาท ปรากฏตามรายการทรัพย์ท้ายฟ้องจำเลยกับพวกใช้มีดขู่เข็ญให้นางเสงี่ยมส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยกับพวก ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298-299 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้น พิจารณาเชื่อว่าจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งเข้าทำการชิงทรัพย์ของนางเสงี่ยม จำเลยเป็นผู้เข้าค้นของในห้อง และเข้าปลดเอาสร้อยคอที่เด็กหญิงเกรียม มีแสงไฟตะเกียงสว่างพอให้พยานโจทก์จำจำเลยได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298-299 ให้จำคุก4 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้องแก่เจ้าทรัพย์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลฎีกาตรวจประชุมปรึกษา ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยมีว่าโจทก์ไม่ส่งรายการทรัพย์พร้อมฟ้อง ต่อเมื่อศาลได้สืบพยานโจทก์ปากนางเสงี่ยมเจ้าทรัพย์ไปบ้างแล้ว โจทก์ร้องขอต่อศาลขอเวลาทำบัญชีทรัพย์ส่ง ศาลอนุญาต และโจทก์ได้ทำบัญชีทรัพย์ส่งศาลแล้วจึงสืบนางเสงี่ยมต่อไป จำเลยคัดค้านว่าโจทก์กระทำดังนี้ทำให้จำเลยเสียเปรียบ ในฎีกาของจำเลยกล่าวในข้อนี้ว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ