ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2496อัยการลำพูนโจทก์นายคำ ตะวันนาจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 7มีไม้สักแปรรูป ซึ่งได้มาจากต้นสักในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเอกชนไว้ในครอบครองก่อนวันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 นั้นไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2494และแม้จะครอบครองต่อมาจนใช้ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ซึ่งบัญญัติว่า'ไม้สักทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใด เป็นไม้หวงห้ามประเภทก.ฯลฯ'ก็ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ไม่ได้กล่าวให้มีผลย้อนหลังฉะนั้นจึงจะใช้กฎหมายฉบับหลังให้มีผลย้อนหลังเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญามิได้ ขัดต่อกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 7 ผู้ครอบครองไม้สักดังกล่าวจึงยังไม่มีผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูปจำนวน 25 เหลี่ยมเป็นเนื้อไม้ 1.24 เมตรลูกบาศก์ เป็นไม้สักเก่าได้มาจากต้นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเอกชนมีไว้ในครอบครองก่อนวันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีไม้สักแปรรูปนั้นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยต่อสู้ว่ามีไว้ก่อน พระราชบัญญัติเอาโทษ จึงไม่ควรมีผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ต้องใช้กฎหมายใหม่บังคับจึงพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขณะจำเลยมีไม้ของกลางไว้ไม่เป็นผิดกฎหมายใหม่ไม่มีผลย้อนหลัง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนไม้ของกลางแก่จำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าใช้กฎหมายฉบับที่ใช้ในขณะที่จำเลยมีไม้ยังไม่เป็นผิด เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2484 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ไม้สักในป่า ทั่วราชอาณาจักร เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ฯลฯถ้าใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉ