ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2496นางสาวขิ้ม ชูนุ่มโจทก์นางหวล แก้วประดิษฐ์ ที่ 1 นายหับ แก้วประดิษฐ์ ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. การที่ได้มีคำร้องขอต่อศาล และศาลมีคำสั่งในคดีไม่มีข้อพิพาทว่าผู้ร้องขอมีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งนั้น ย่อมใช้เป็นหลักฐานยันบุคคลภายนอกได้ แต่ก็ไม่ตัดสิทธิบุคคลภายนอกที่จะนำสืบว่ามีสิทธิดีกว่าผู้ร้องขอโจทก์ฟ้องอนาถากล่าวว่า ที่นาตามแผนที่ท้ายฟ้องราคา 3,000 บาทตำบลคลองกระบือ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ได้มาเมื่อ 11 ปีมานี้ โดยนางบาง ชูนุ่ม ย่าของโจทก์ยกให้ตั้งแต่โจทก์ยังเป็นเด็กอายุ 10 ปี ก่อนนางบางตายได้ให้นายแพบุตรนางบางซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ 1 และบิดาของจำเลยที่ 2 ปกครองไว้แทนโจทก์ ต่อมาเมื่อ 8 ปีเศษมานี้นางบางถึงแก่ความตายโจทก์ได้อยู่กับนายแพผู้เป็นลุงและทำนารายนี้กับนายแพมาได้ 1 ปีเศษแล้วก็ไปอยู่กับมารดาที่ตำบลขนาบนาก ไกลจากที่พิพาท นายแพคงปกครองที่นาแทนโจทก์อยู่จนนายแพตายเมื่อ 5-6 ปีมานี้ โจทก์ได้ฝากจำเลยทั้งสองช่วยปกครองแทน ซึ่งจำเลยทั้งสองต่างรับรองว่าจะปกครองไว้ให้เมื่อโจทก์มีอายุครบ 20 ปี หรือบรรลุนิติภาวะแล้วต้องการจะเอาคืนเมื่อใดก็จะคืนให้ ครั้นราวเดือน 4 หรือเดือน 5 พ.ศ. 2493 โจทก์ได้พูดบอกจะเอาที่นาคืน จำเลยทั้งสองก็ตกลงยอมคืนให้ เมื่อเดือน 8 หลังในปีเดียวกันนั้น โจทก์เข้าทำนารายพิพาทและได้หว่านข้าวกล้าลงในที่ขึ้นงอกงามดีแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 บังอาจบุกรุกใช้โคไถต้นข้าวนั้นตายเสียหายคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ เป็นราคาเงิน 200 บาท และจำเลยได้แสดงอำนาจขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนา และครอบครองที่โดยปกติสุขโจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่นาตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ให้จำเลยคืนให้แก่โจทก์ แ