ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2496อัยการสตูลโจทก์นายเสม สิงหเสนีจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ผู้บัญชาการเรือนจำอนุญาตให้พัศดีทำกระเบื้องในเรือนจำโดยใช้แรงงานนักโทษ แต่พัศดีต้องยืมเงินผู้อื่นมาลงทุนทำเป็นส่วนตัว เป็นการที่พัศดีทำเป็นส่วนตัวไม่ใช่เป็นการงานของเรือนจำ พัศดีเอารายได้จากการขายกระเบื้องไว้เป็นส่วนตัว ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2493 จนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2494 เวลากลางวัน จำเลยเป็นข้าราชการประจำตำแหน่งพัศดีเรือนจำจังหวัดสตูล ซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์สินของเรือนจำ จังหวัดสตูล จำเลยได้ใช้แรงงานผู้ต้องขัง ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยจัดพิมพ์กระเบื้องซีเมนต์ขายให้ประชาชนกระเบื้องจำนวน 75,000 แผ่น ขายได้เงิน 29,125 บาทจำเลยรับเงินค่าขายกระเบื้องแล้วไม่นำส่งเข้าบัญชีผลประโยชน์ของเรือนจำตามระเบียบ กลับทุจริตยักยอกเอาเป็นประโยชน์ตนเสียจึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 132, 133 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2484 มาตรา 3 กับให้จำเลยใช้เงิน 29,125 บาท และนับโทษต่อจากสำนวนอาญาของศาลจังหวัดสตูลเลขดำที่ 12/2495จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาคดีแล้ว ฟังว่าระเบียบเรือนจำใช้แรงผู้ต้องขังผลิตกระเบื้องขึ้นจำหน่าย ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับทำกระเบื้องต้องลงบัญชีตามกฎกระทรวงมหาดไทยบังคับว่าต้องเป็นของรัฐบาล การทำกระเบื้องถือว่าเป็นงานของเรือนจำ เงินที่ขายเป็นกำไรมาต้องถือว่าเป็นผลประโยชน์ของเรือนจำ ปรากฏว่าจำเลยยืมเงินจังหวัดมาลงทุน3,000 บาทแต่ได้ส่งใช้คืนแล้ว และจำเลยขายกระเบื้องได้เป็นเงิน29,125 บาท เป็นเงินผลประโยชน์ของเรือนจำจังหวัดสตูลทั้งหมดเมื่อจำเลยไม่นำส่งเงินจำนวนนี้เข้าบัญชี