ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2496

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2496เทศบาลเมืองตาก (โดยนายชิต ชำนิบรรณการ ในตำแหน่งโจทก์นายกเทศมนตรีโจทก์ขุนพิจิตรคุรุการ ที่ 1 นายอดุลย์ ขำศรี ที่ 2จำเลยนายสมบัติ ทัศนสุวรรณ ที่ 3 นายสง่า จินะวงษ์ ที่ 4จำเลยนายอ่าน เนื่องกุล ที่ 5จำเลย ป.พ.พ. เทศมนตรีและปลัดเทศบาลเป็นกรรมการรักษาเงินร่วมกับสมุหบัญชีเพียงเท่านี้ยังไม่ต้องรับผิดในการที่เงินขาดจำนวนไปเพราะสมุหบัญชียักยอกสมุหบัญชีไม่ลงบัญชีเงิน ยักยอกไว้เสีย แม้กรรมการรักษาเงินจะดูบัญชีก็ไม่เห็นอะไร การที่กรรมการไม่ดูบัญชี ไม่เป็นเหตุให้ต้องรับผิดฟ้องแยกได้ดังนี้ ข้อ 1. ฟ้องกล่าวว่า โจทก์เป็นเทศบาลเมืองตากจำเลยที่ 1 เป็นนายกเทศมนตรี จำเลยที่ 2 เป็นเทศมนตรี จำเลยที่ 3 เป็นปลัดเทศบาล จำเลยที่ 4 เป็นสมุหบัญชี จำเลยที่ 5 เป็นเสมียนโดยเฉพาะจำเลยที่ 2, 3 และ 4 ยังมีหน้าที่เป็นกรรมการรักษาเงินประจำสำนักงานของโจทก์ด้วยข้อ 2. ฟ้องกล่าวถึงหน้าที่การงานของจำเลยแต่ละคนข้อ 3. ฟ้องกล่าวว่า จำเลยร่วมกันทำละเมิด แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เฉพาะที่โจทก์ระบุว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 ทำละเมิดนั้นอย่างไร ดังต่อไปนี้(ก) จำเลยที่ 3 ลงบัญชีแสดงว่า เงินรับจากคลังจังหวัดตากน้อยกว่าจริง เพื่อพรางให้เห็นว่า เงินของโจทก์ไม่ขาดมาก(ข) จำเลยที่ 1, 2, 3 ไม่ควบคุมและตรวจตราด้วยความระมัดระวังให้การงานของโจทก์เป็นไปด้วยดี แม้ยอดเงินคงเหลือที่จำเลยที่ 1, 2, 3 จะพึงรับทราบ เมื่อไม่ได้รับทราบก็ไม่ทักท้วงไม่เข้าควบคุมโดยใกล้ชิด จำเลยที่ 1, 2, 3 รู้อยู่แล้วว่า จำเลยที่ 4 ไม่ส่งเงินที่เหลือให้กรรมการรักษาเงิน จำเลยก็ปล่อยปละละเลยไม่จัดเสียให้ถูก เหล่านี้เป็นช่องทางช่วยให้โจทก์ได้รับความเสียหายคือเงินขาด 13,795 บาท 4 สตางค์(ค) ยังมีเงินอีกจำนวนหนึ่