ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2494

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ในคดีลักทรัพย์ที่ศาลฟังว่าจำเลยไม่ผิด และการตีความว่าโรงเรียนที่ครูอาศัยอยู่เป็น 'เคหะ' ตามพ

หลักกฎหมาย

ในคดีลักทรัพย์ เมื่อฟ้องไม่ปรากฏว่าทรัพย์ที่ถูกลักได้ถูกจับมาเป็นของกลาง และศาลฟังว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ ศาลย่อมไม่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกลักไป และการเช่าสถานที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงเรียนทำการสอนหนังสือเด็กเท่านั้น แม้จะมีครูผู้ดูแลอาศัยอยู่ด้วย ก็ไม่ทำให้สถานที่นั้นเ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลไม่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ในคดีลักทรัพย์เมื่อจำเลยไม่ผิด และสถานที่เช่าเพื่อเป็นโรงเรียนไม่เป็นเคหะตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489

ข้อเท็จจริงสำคัญ

คดีฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ในฟ้องไม่ปรากฏว่าทรัพย์ที่ถูกลักได้ถูกจับมาเป็นของกลาง และศาลฟังว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์; เช่าสถานที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงเรียนทำการสอนหนังสือเด็กเท่านั้น แม้จะมีครูผู้ดูแลอาศัยอยู่ด้วย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2494อัยการนครนายก นายใจ๊เอี่ยม แซ่ตั้งโจทก์นางตา ง่วนเฮง ที่ 1 นางสุข วงษ์วิลัย ที่ 2จำเลยนางเจ๊ก สอนน้อย ที่ 3 นายมุ่ย ศรีเปลี่ยน ที่ 4จำเลยนายดี อิ่มเจริญ ที่ 5จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 288 ป.วิ.อ. ม. 43, ม. 186 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ในคดีที่ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ในฟ้องไม่ปรากฏว่า ทรัพย์ที่ถูกลักได้ถูกจับมาเป็นของกลางแต่อย่างใด และในคดีนั้นศาลฟังว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ ศาลก็ย่อมไม่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกลักไปเช่าสถานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงเรียน ทำการสอนหนังสือเด็กเท่านั้น แม้จะมีครูผู้ดูแลอาศัยอยู่ด้วยก็ไม่ทำให้สถานที่นั้นเป็น"เคหะ" อันอยู่ในความคุ้มครองของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ(ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ-ประมูล สุวรรณศร-มนูกิจวิมลอรรถ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ