ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2494

ประเด็นกฎหมาย

ศาลสามารถพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่ถูกเวนคืนได้หรือไม่ โดยไม่ต้องสืบพยานฟังข้อต่อสู้ของจำเลย

หลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าโจทก์มิได้ใช้ที่ดินจนล่วงพ้น 5 ปีเศษ จำเลยขอคืนและฟ้องคดีอื่นอยู่ ศาลก็ย่อมพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินนั้นได้ โดยไม่ต้องสืบพยานฟังข้อต่อสู้ของจำเลยแต่อย่างใด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินนั้นได้ โดยไม่ต้องสืบพยานฟังข้อต่อสู้ของจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่ถูกเวนคืน โดยอ้างว่าจำเลยทำสัญญาจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 3 เดือนนับแต่วันรับเงินค่าทำขวัญ ซึ่งจำเลยได้รับเงินไปแล้ว แต่เกินกำหนดเวลาจำเลยเพิกเฉย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์มิได้ใช้ที่ดินจนล่วงพ้น 5 ปีเศษ จำเลยขอคืนแต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม จำเลยจึงฟ้องคดีอื่นซึ่งยังอยู่ในระ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2494กระทรวงกลาโหม (โดยพลโทหลวงชาตินักรบ รัฐมนตรีว่าการ) ที่ 1โจทก์พลเรือตรีหลวงอาจณรงค์ ที่ 2โจทก์นางฮวย ชัยชนารักษ์จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 โจทก์ซึ่งเป็นกระทรวงเจ้าหน้าที่ ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่ถูกเวนคืนโดยกล่าวอ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาให้ไว้ จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันรับเงินค่าทำขวัญซึ่งได้รับไปแล้ว บัดนี้เกินกำหนดเวลา จำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลขับไล่ อ้างสิทธิตามมาตรา 21 ตอนท้ายและมาตรา 33 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ดังนี้ แม้จำเลยจะต่อสู้ว่า ฝ่ายโจทก์มิได้เคยใช้ที่ดินแปลงนี้จนเวลาล่วงพ้น 5 ปีเศษแล้ว จำเลยจึงขอคืน โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม จำเลยจึงฟ้อง คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ดี ศาลก็ย่อมพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินนั้นได้ โดยไม่ต้องสืบพยานฟังข้อต่อสู้ของจำเลยแต่อย่างใด(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ศิลปสิทธิวินิจฉัย-นาถปริญญา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ