การเช่าตึกอยู่อาศัยที่เปลี่ยนวัตถุประสงค์เป็นการประกอบธุรกิจหรือการค้าแล้ว ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 หรือไม
ข้ออ้างที่ว่าการเช่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ นั้น เป็นหน้าที่ของผู้เช่าที่จะต้องนำสืบให้รับฟังได้ และการเช่าตึกอยู่อาศัยที่วัตถุประสงค์เปลี่ยนไปเป็นเพื่อประกอบธุรกิจหรือการค้าแล้ว ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
การเช่าที่วัตถุประสงค์เปลี่ยนไปเป็นเพื่อประกอบธุรกิจหรือการค้าแล้ว ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
การเช่าตึกอยู่อาศัยในชั้นแรกเช่าเพื่ออยู่อาศัย แต่ต่อมาได้ทำสัญญาเช่ากันใหม่หลายครั้งและได้มีการขึ้นค่าเช่ากันเรื่อยมา จนเป็นที่เห็นได้ว่าวัตถุประสงค์แห่งการเช่าเปลี่ยนไปเป็นเพื่อประกอบธุรกิจหรือการค้า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606 - 1610/2494นายเทียนเอก อัศวานันท์ ในฐานะบิดาผู้ปกครองโจทก์ด.ช.เตียเพ้ง อัศวานันท์ บุตรผู้เยาว์โจทก์นายไฮ้ยู้ แซ่ตั้งจำเลยนายเอี๊ยวทง แซ่เตียว หรือเอี่ยวท้ง แซ่เตียวจำเลยนางสิน ทองเปล่งศรีจำเลยนายเละหลี หรือเคะหลี แซ่ตั้งจำเลยนางหุย แซ่โง้วจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 84ข้ออ้างที่ว่าการเช่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ นั้น เป็นหน้าที่ของผู้เช่าที่จะต้องนำสืบให้รับฟังได้การเช่าตึกอยู่อาศัยนั้นแม้ในชั้นแรกเช่าเพื่ออยู่อาศัยแต่ต่อมาได้ทำสัญญาเช่ากันใหม่ หลายครั้งและได้มีการขึ้นค่าเช่ากันเรื่อยๆ มา จนเป็นที่เห็นได้ว่าวัตถุประสงค์แห่งการเช่าเปลี่ยนไปเป็นเพื่อประกอบธุระกิจหรือการค้าแล้ว การเช่านั้นก็ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ(ประวัติ ปัตตพงศ์-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ