สัญญาจ้างที่เหมาจ่ายค่าจ้างรวมกับค่าล่วงเวลาโดยไม่กำหนดอัตราค่าจ้างปกติ มีวัตถุประสงค์ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหม
การกำหนดค่าล่วงเวลาต้องคำนวณจากค่าจ้างในเวลาทำงานปกติ เมื่อสัญญาจ้างมิได้กำหนดอัตราค่าจ้างปกติไว้ ย่อมไม่อาจคำนวณค่าล่วงเวลาได้ การรวมค่าล่วงเวลาเหมาจ่ายไปกับค่าจ้างเป็นการเอาเปรียบลูกจ้าง สัญญาจ้างดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความส
พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ 113,517.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยประกอบกิจการผลิตสายไฟฟ้า ซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรม จำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาวันละ 5 ชั่วโมง สัญญาจ้างระบุค่าจ้างเหมาจ่ายแต่ไม่ระบุอัตราค่าจ้างปกติ โจทก์สละสิทธิค่าล่วงเวลาก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2537 ค่าล่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2537 ถึงวันฟ้องจำนวน 113,517.75 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2540นาย สมศักดิ์ แซ่เอียะโจทก์บริษัท เอช.อาร์.ซิลไวน์ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 150 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 3, ข้อ 11, ข้อ 29, ข้อ 34, ข้อ 42การกำหนดค่าล่วงเวลาต้องคำนวณจากค่าจ้างในเวลาทำงานปกติตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ3,11,29,34และ42เมื่อสัญญาจ้างมิได้กำหนดอัตราค่าจ้างปกติไว้ย่อมทำให้ไม่อาจคำนวณค่าล่วงเวลาได้การรวมค่าล่วงเวลาเหมาจ่ายไปกับค่าจ้างจึงเป็นการเอาเปรียบลูกจ้างสัญญาจ้างดังกล่าวจึงมีวัตถุประสงค์ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา150ดังนั้นเมื่อจำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาวันละ5ชั่วโมงนับแต่แรกเข้าทำงานจนถึงวันฟ้องและจำเลยประกอบกิจการผลิตสายไฟฟ้าซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรมตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ3วรรคสอง(1)(ข)โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาจากการทำงานล่วงเวลาจำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์อีกส่วนหนึ่งต่างหากจากค่าจ้างโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาจำนวน 235,626.82 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาวันละ 194.75 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถรับส่งพนักงาน โดยตกลงเหมาจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลารวมกันไปในตัว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าล่วงเวลาอีก และโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกร้องค่าล่วงเวลาตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานวันที่28 กันยายน 2535 จนถึงวันฟ้องวันที่ 19