ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5571/2555

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าจำเลยซึ่งเป็นพนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่ถูกยกเลิกไปแล้ว กระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์โดยเจ้าพนักงานตาม ป.อ. มาตรา 147 หรือยักยอกทร

หลักกฎหมาย

เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 ยกเลิกพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 และนำพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาใช้บังคับแทน ซึ่งมิได้บัญญัติให้พนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา กา

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมเป็นจำคุก 6 ปี ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือจำคุกจำเลย 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นพนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทำหน้าที่รับเงินและหัวหน้าควบคุมการเงิน ได้ทำการแก้ไขรายการชำระเงินค่าบริการของผู้ใช้บริการ 45 ราย รวมเป็นเงิน 76,597.60 บาท แล้วยักยอกเงินดังกล่าว โดยกระทำความผิดวันที่ 3 สิงหาคม 2542 จำนวน 1 รายการ และวันที่ 5 สิงหาคม 2542 จำนวน 4 รายการ ส่วนที่เหลือ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 147
  • ม. 352
  • มาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
  • มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5571/2555พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นางสุภัคสรณ์ โยจิ้วหรือบุญสัมพันธ์กิจจำเลย ป.อ. ม. 147, ม. 352 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 ม. 2, ม. 3 พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 ม. 17เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว มี พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 มาใช้บังคับ โดยให้มีผลเป็นอันยกเลิก พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2545 เป็นต้นไป และกำหนดให้นำ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาใช้บังคับแทน และมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 ที่ถูกยกเลิกบัญญัติให้พนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ที่ใช้บังคับแทนมิได้บัญญัติให้พนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 147 จึงเป็นการไม่ชอบ การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก เพียงบทเดียวโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 352, 91 และขอให้จำเลยคืนเงิน 339,919.71 บาท ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 352 วรรคแรก เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยกระทำความผิดรวม 3 กระทง