ข้อตกลงที่ผู้เช่ายินยอมออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือนตามมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ถือเป็นความยินยอมตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(5) และมติภายห
ข้อตกลงที่ผู้เช่ายินยอมออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือนตามมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ถือเป็นความยินยอมของผู้เช่าตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(5) แล้ว และแม้ภายหลังคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าจะลงมติไม่ให้ผู้เช่าเข้าอยู่ห้องเช่าตามคำร้อง ก็ไม่ลบล้างความยินยอมดังกล่าว
ข้อตกลงยินยอมออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือนถือเป็นความยินยอมตามมาตรา 16(5) และมติคณะกรรมการภายหลังไม่ลบล้างความยินยอมนั้น เมื่อครบกำหนดผู้เช่าไม่ออก โจทก์ฟ้องขับไล่ได้
ผู้ให้เช่ายื่นคำร้องขอเข้าอยู่ในห้องเช่าเองต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าประจำจังหวัด อนุกรรมการได้เชิญผู้ให้เช่าและผู้เช่ามาเพื่อแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ทราบ ผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกลงยินยอมตามกำหนดที่คณะกรรมการกำหนด คือให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือน ต่อมาคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าลงมติไม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2494นายโสภณ แซ่ตังโจทก์นายจิ้นเซียง แซ่จึงจำเลย พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 ผู้ให้เช่ายื่นคำร้องขอเข้าอยู่ในห้องเช่าเอง ต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าประจำจังหวัด อนุกรรมการได้เชิญให้ผู้ให้เช่าและผู้เช่ามาเพื่อแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ทราบ ผู้ให้เช่าและผู้เช่าจึงตกลงยินยอมตามกำหนดที่คณะกรรมการกำหนด คือให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือนและมีความว่าผู้เช่าตกลงยินยอมจะออกจากห้องเช่าของผู้ให้เช่าตามมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าภายในกำหนด 8 เดือนฯลฯ ดังนี้ข้อตกลงเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นความยินยอมของผู้เช่าตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ มาตรา 16(5) แล้ว ฉะนั้นภายหลังอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าประจำจังหวัดจะเสนอเรื่องนี้ขึ้นไปยังคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าสั่งตามอำนาจ คณะกรรมการได้ลงมติไม่ให้ผู้เช่าเข้าอยู่ห้องเช่าของผู้ให้เช่าตามคำร้องก็ตาม มติกรรมการก็ไม่ลบล้างความยินยอมดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นเมื่อครบกำหนด 8 เดือนแล้วผู้เช่าไม่ออกจากห้องเช่า โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้(มนูภันย์วิมลสาร-นนทประชา-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ