ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2555

ประเด็นกฎหมาย

ความรับผิดของผู้รับประกันภัยตามสัญญาประกันภัยเรือที่สูญหายจากภัยพิบัติทางทะเล และสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัด

หลักกฎหมาย

ความสูญหายที่เกิดจากภัยพิบัติทางทะเลโดยแท้ มิใช่จากการกระทำหรือความบกพร่องของบุคคลใด และมิใช่ความเสียหายตามปกติที่คาดหมายได้จากการเดินเรือ ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนดอกเบี้ยเรียกได้นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดเมื่อถูกทวงถาม เนื่องจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัยมิใช่ละเมิด

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำหรับความสูญหายของเรือชูไก 2 ตามสัญญาประกันภัย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 900,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 100,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อเรือสามลำจากญี่ปุ่น เอาประกันภัยกับจำเลยระหว่างเดินทางกลับไทย ระหว่างทางเกิดคลื่นลมแรงจัด คลื่นสูงกว่า 3 เมตร ทำให้เชือกผูกยึดเรือขาดและเรือชูไก 2 จมหายไป โจทก์ได้ดำเนินการนำเรือกลับไทยด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองและเอาประกันภัยไว้ แสดงว่าโจทก์ได้รับโอนความเสี่ยงภัยแล้ว นายเรือมีประกาศนียบัตรสูงก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2555บริษัทชูไก จำกัดโจทก์บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัดจำเลย พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 พฤติการณ์ที่โจทก์ได้ดำเนินการนำเรือทั้งสามลำกลับมาประเทศไทยด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์ รวมทั้งได้เอาประกันภัยเรือทั้งสามลำในระหว่างเดินทางไว้กับจำเลย เป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดว่า โจทก์ได้รับโอนความเสี่ยงภัยในเรือทั้งสามลำจากผู้ขายตั้งแต่ก่อนเรือทั้งสามลำออกเดินทางแล้ว ดังนั้น โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรือชูไก 2 ในขณะเรือชูไก 2 สูญหายไป สัญญาประกันภัยเรือชูไก 2 ระหว่างโจทก์กับจำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัยจึงมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในความสูญหายของเรือชูไก 2 จากจำเลยได้ เรือชูไก 1 เป็นเรือกลเดินทะเลขนาด 99.97 ตันกรอส จัดอยู่ในประเภทเรือกลเดินทะเลขนาดต่ำกว่า 500 ตันกรอส หากจะใช้ในกิจการเดินเรือระหว่างประเทศ นายเรือของเรือชูไก 1 จะต้องมีประกาศนียบัตรนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาดต่ำกว่า 500 ตันกรอส หรือประกาศนียบัตรนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 ถึง 3,100 ตันกรอส และได้รับประกาศนียบัตรที่เหมาะสมสำหรับนายเรือของเรือนั้น ธ. ผู้ทำหน้าที่นายเรือของเรือชูไก 1 มีประกาศนียบัตรนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 ถึง 3,100 ตันกรอส แม้ ธ. จะยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรที่เหมาะสม แต่ตามหนังสือของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีก็รับรองว่า การทำหน้าที่นายเรือของเรือชูไก 1 ขณะเกิดเหตุ ธ. มีประกาศนียบัตรคนประจำเรือสูงกว่าประกาศนียบัตรตามกำหนดข้อบังคับการตรวจเรือสำหรับการเป็นนายเรือชูไก 1 ถึง 2 ชั้น โจทก์เพิ่งซื้อและรับมอบเรือชูไก 1 พร้อมกับเรือชูไก 2 และชูไก 3 จากผู้ขายที่ประเทศญี่ปุ่น จึงยังมิได้