ฟ้องที่บรรยายเพียงว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันขันต่อ โดยไม่ระบุรายละเอียดว่าเล่นอย่างไร เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) และการที่ศาลชั้นต้
ฟ้องต้องบรรยายให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ หากใช้คำที่ไม่ปรากฏในบัญชีท้ายกฎหมาย จำเลยไม่จำต้องรู้ความหมาย โจทก์ต้องบรรยายให้ชัดเจน
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันขันต่อ โดยไม่บรรยายรายละเอียดว่าเล่นอย่างไร ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะฟ้องไม่สมบูรณ์ โดยเขียนเหตุผลไว้หน้าฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเฮม มินมูซา ที่ 1 นายปิ๊ด เจริญจิตร์ ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 161ฟ้องโจทก์ที่กล่าวว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันขันต่อเป็นการบรรยายฟ้องที่ไม่พอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยเขียนข้อความและเหตุผลไว้ที่หน้าฟ้องนั้น ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 แล้วโจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันเล่นการพนันขันต่ออันเป็นการเล่นนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 พระราชบัญญัติการพนัน 2478 และไม่ใช่การเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าเล่นอย่างใดให้เพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องให้ยกฟ้อง โดยเขียนข้อความดังกล่าวไว้หน้าฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งไว้หน้าฟ้องดังกล่าวแล้วไม่ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 คำว่าขันต่อ มิได้มีชื่อระบุไว้ ดังที่แจ้งในบัญชีหมาย ก.ข. ท้ายพระราชบัญญัติ จะถือไม่ได้ว่า คำว่า ขันต่อ เป็นชื่อการพนันที่จำเลยต้องรู้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติเช่นนั้นถูกต้องแล้วตามมาตรา 161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากคำว่าขันต่อจะเป็นชื่อของการเล่นการพนันจริง ก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยต้องรู้ เหตุผลเป็นอย่างที่ศาลอุทธรณ์กล่าวไว้ โจทก์จึงต้องบรรยายฟ้องให้จำเลยรู้ว่า ขันต่อ นั้นคืออย่างไร เพื่อจำเลยจะได้เข้าใจข้อหาได้ มิฉะนั้นจำเลยก็รู้ไม่ได้ว่าต้องหาเรื่องไหนพิพากษายืน(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงค