ข้าวที่จำเลยขายไปก่อนถูกจับไม่ใช่ของกลางที่ศาลจะพิพากษาให้ริบและให้จำเลยใช้ราคาได้
ของกลางในคดีคือทรัพย์ที่ยึดได้จากจำเลยในขณะจับกุมเท่านั้น ทรัพย์ที่จำเลยจำหน่ายไปก่อนถูกจับไม่ใช่ของกลาง ศาลจะสั่งให้ริบหรือให้ใช้ราคาไม่ได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้จำเลยใช้ราคาข้าว 23 กระสอบ
จำเลยมีข้าว 25 กระสอบ แต่ถูกจับขณะมีข้าวเพียง 2 กระสอบ ส่วนที่เหลือขายไปก่อนถูกจับ ศาลชั้นต้นสั่งให้ริบข้าวของกลางและให้จำเลยใช้ราคาข้าว 23 กระสอบที่ขายไปแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2493อัยการกาญจนบุรีโจทก์นายเก่า แซ่โก่จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 29, ม. 27 พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 คดีที่ศาลพิพากษาให้ริบข้าวของกลางจำนวนหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าขณะจำเลยถูกจับนั้น มีข้าวของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยเพียงเล็กน้อย ข้าวนอกนั้นจำเลยได้ขายไปเรื่อยๆ ก่อนถูกจับ ดังนี้ถือว่าข้าวของกลางคือข้าวที่จับได้จากจำเลย ส่วนข้าวนอกนั้นไม่ใช่ข้าวของกลางที่ศาลให้ริบ ศาลจะให้จำเลยใช้ราคาไม่ได้เดิมโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวที่จำเลยมีไว้ 25 กระสอบ จำเลยรับสารภาพ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบข้าวของกลาง ปรากฏว่าเมื่อจำเลยถูกจับนั้นมีข้าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยเพียง 2 กระสอบ ในชั้นบังคับคดีจำเลยคงมอบ 2 กระสอบนั้นแก่เจ้าหน้าที่โจทก์ร้องขอให้บังคับจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยแถลงว่า ข้าว 23 กระสอบได้ขายไปก่อนถูกจับหมดแล้ว ไม่สามารถส่งมอบได้ศาลชั้นต้น สั่งให้จำเลยใช้ราคาข้าว 23 กระสอบราคา 3,220 บาท ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นให้บังคับคดีตามมาตรา 29 กฎหมายอาญาศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้าว 23 กระสอบไม่ได้เป็นของกลางในคดีนี้จะริบไม่ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในขณะที่จำเลยถูกจับกุมจำเลยมีข้าวอยู่เพียง 2 กระสอบ และถูกยึดเป็นของกลาง แม้จำเลยจะกระทำผิดในการที่มีข้าวอยู่ในครอบครองถึง 25 กระสอบก็ดี แต่ก็ได้ความว่าจำเลยได้จำหน่ายไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียง 2 กระสอบจึงถูกจับ ข้าวที่จำหน่ายไปแล้ว 23 กระสอบนั้นหาใช่เป็นข้าวของกลางไม่ และมิใช่ข้าวที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบพิพากษายืน(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ปรีชาวินิจฉัย-มนูกิจวิมลอรรถ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผ