การลงโทษตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 มาตรา 10 ต้องมีประกาศกำหนดเขตห้ามขนย้ายข้าวและจำเลยทราบประกาศนั้น โจทก์มีหน้าที่นำสืบทั้งสองป
การเป็นผิดตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 ต้องได้ความว่าคณะกรรมการได้ประกาศกำหนดเขตห้ามการขนย้ายไว้ และจำเลยได้ทราบประกาศนั้น โจทก์มีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงทั้งสองประการ การประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่ทำให้สันนิษฐานว่าจำเลยทราบโดยอัตโนมัติ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพวกขนย้ายข้าวสารออกนอกเขตจังหวัดชุมพรอันเป็นเขตที่กรรมการประกาศกำหนดเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าว แต่ในสำนวนไม่ปรากฏว่ามีประกาศดังกล่าว ไม่มีสำเนาประกาศ และโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงประกาศหรือการที่จำเลยทราบประกาศ โจทก์เพิ่งกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาว่าคณะกรรมการได้ออกประกาศในราชกิจจานุเ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2493อัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวนโจทก์นายเฮง ฮุ่นตระกูล กับพวกรวม 13 คนจำเลย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวพ.ศ. 2489 มาตรา 10 นั้น จะต้องได้ความว่าคณะกรรมการฯ ได้ประกาศกำหนดเขตห้ามการขนย้ายข้าวไว้และจำเลยได้ทราบประกาศนั้น ฉะนั้นเมื่อตามท้องสำนวนไม่ปรากฏเลยว่าคณะกรรมการตาม พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวได้ออกประกาศเกี่ยวแก่การกักกันข้าวในเขตจังหวัดที่ฟ้องจำเลยว่าอย่างใด แม้แต่สำเนาประกาศก็ไม่มีในสำนวน หรือแม้แต่จะกล่าวในฟ้องว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่ได้กล่าว ตลอดจนเมื่อสืบพยานก็ไม่ได้นำสืบว่าได้มีประกาศอย่างไร จึงไม่มีทางที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ (อ้างฎีกาที่ 1176/2492)โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกับพวกขนย้ายข้าวสารออกนอกเขตจังหวัดชุมพรอันเป็นเขต ซึ่งกรรมการประกาศกำหนดเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าวโดยจำเลยพาไปทางทะเล โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด และโจทก์ไม่ได้สืบว่า ได้มีประกาศห้ามขนย้ายข้าวออกจากเขตจังหวัดชุมพร และได้ประกาศให้ทราบแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา มีอธิบดีกรมอัยการรับรองศาลฎีกาเห็นว่า ตามท้องสำนวนคดีนี้ ไม่ปรากฏเลยว่าคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวได้ออกประกาศเกี่ยวแก่การกักกันข้าวในเขตจังหวัดที่ฟ้องหาจำเลยว่าอย่างใด แม้แต่สำเนาประกาศก็ไม่มีในสำนวน หรือแม้แต่จะกล่าวในฟ้องว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่ได้กล่าว ตลอดจนเมื่อสืบพยานก็ไม่ได้นำสืบว่าได้มีประกาศว่าอย่างไร เป็นแต่โจทก์เพิ่งจะมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาว่าคณะกรรมการได้ออกประกาศในราชกิจจาน