ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493

ประเด็นกฎหมาย

คดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโดยอ้างกรรมสิทธิ์ร่วม เป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดราคาเงินมิได้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

หลักกฎหมาย

คดีที่ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดราคาเงินมิได้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149, 150

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาโจทก์ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วม แต่ศาลล่างชี้ขาดข้อเท็จจริงว่าโจทก์แสดงไม่ได้ว่าตนมีกรรมสิทธิ์ร่วม โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493นายเห้ง แซ่หลีโจทก์นายผ้อย ลุยทุ้ง ที่ 1 นายกิ้ม ลุยทุ้ง ที่ 2จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 150ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วย การซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่า เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีกคนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริง และผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2490 คณะกรมการอำเภอเมืองตรัง ได้ทำหนังสือซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่นางชุ้น โดยนายกิ้มจำเลยที่ 2 ลงชื่อแทนนางชุ้นผู้ขาย นายผ้อยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท ชั้นต้นนางชุ้นขอประกาศขาย อำเภอประกาศโฆษณาตามระเบียบโจทก์ได้คัดค้านเป็นลำดับมา ต่อมาก่อนอำเภอทำหนังสือซื้อขาย นางชุ้นได้ยื่นคำร้องขอถอนการขาย และถอนใบมอบฉันทะ ซึ่งมอบให้นายกิ้มจำเลยที่ 2 ขายแทนเสีย หนังสือซื้อขายจึงไม่สมบูรณ์โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรายนี้ร่วมด้วย นายกิ้มไม่มีอำนาจขาย จึงขอให้ศาลสั่งแสดงว่า หนังสือซื้อขายรายนี้ไม่สมบูรณ์ และให้เพิกถอนจำเลยให้การว่า โจทก์ได้เคยไปคัดค้านจริง แต่โจทก์ไม่อาจแสดงได้ว่า ตนมีสิทธิคัดค้านได้ ทางอำเภอสอบสวนได้ความว่านางชุ้นมีกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว โจทก์ทำใบถอนใบมอบฉันทะปลอมปลัดอำเภอได้สอบปากคำนางชุ้นแล้ว นางชุ้นยืนยันให้ขาย และไม่มีการถอนใบมอบฉันทะกับตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคู่ความต่างไม่สื