ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2493

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของนิติบุคคลโดยการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ กรรมการหรือผู้จัดการจะมีความผิดเป็นส่วนตัวด้วยหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อทรัพย์สินอยู่ในความครอบครองของนิติบุคคลโดยมีพนักงานเฝ้ารักษา ถือว่านิติบุคคลเป็นผู้ครอบครอง และเมื่อมีการกระทำผิดโดยฝ่าฝืนกฎหมาย นิติบุคคลเป็นผู้กระทำผิด กรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัว เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ 2 (นายม่วงเตี้ย แซ่เตีย) และคืนของกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทอันเชียง จำกัด ซื้อลวดสังกะสีในนามบริษัท ชำระราคาด้วยเช็คของบริษัท และลงบัญชีเงินสดของบริษัท เก็บลวดไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา แต่ไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายซิวเต็ง แซ่เตีย ที่ 1 นายม่วงเตี้ย แซ่เตีย ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 69, ม. 70, ม. 72 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27, ม. 28 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ป.วิ.อ. ม. 192บริษัทจำกัดมีลวดเก็บไว้ในโกดังของบริษัท โดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ย่อมถือว่าลวดอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่มีการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่า บริษัทเป็นผู้กระทำผิดกรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัวข้อเท็จจริงได้ความไม่ตรงกับที่บรรยายฟ้องหรือไม่นำสืบให้สมฟ้อง ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องของกลางและเรื่องจ่ายเงินรางวัล ให้คืนของกลางไปโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอเชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ ให้ขายได้ ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2491 ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยง จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่า ลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้จะโอนความผิดใ