การใช้กฎหมายใหม่ซึ่งมีโทษเบากว่ากฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8
ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 เมื่อมีกฎหมายใหม่ประกาศใช้ในระหว่างพิจารณาคดี โดยกฎหมายใหม่มีโทษเบากว่ากฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ต้องใช้กฎหมายใหม่เป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิด
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ปรับจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติสุรา 2493 เป็นเงิน 500 บาท เพิ่มโทษตามมาตรา 72 กฎหมายลักษณะอาญาอีก 1 ใน 3 รวมเป็นเงินค่าปรับ 666 บาท 66 สตางค์ นอกจากที่แก้คงยืน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันมีและขายหรือแสดงเพื่อขายสุราที่ทำขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 มาตรา 8 ศาลชั้นต้นลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วยโดยปรับ 1,200 บาท เพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายบี้ หรือกุยบี้ แซ่ลี้ ที่ 1 นายซิเกี่ยง แซ่ลี้ ที่ 2จำเลยนายตงฮี แซ่เตียว ที่ 3จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 8 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 ในระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 ประกาศออกใช้เป็นกฎหมายแล้ว โดยยกเลิก พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 และ พระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2476 ที่โจทก์ฟ้องอ้างเป็นบทลงโทษจำเลยแล้ว มีบัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้ใหม่ตามมาตรา 32 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา 8 พระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่เป็นบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันมีและขายหรือแสดงเพื่อขายสุราที่ทำขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 มาตรา 8ศาลชั้นต้นลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 3ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วยโดยปรับ 1,200 บาท เพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 อีก 1 ใน 3 รวมเป็นปรับ 1,600 บาทจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดด้วยแต่ความปรากฏว่า ในระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 ประกาศออกใช้เป็นกฎหมายแล้วโดยยกเลิกพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 และพระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 ที่โจทก์ฟ้องอ้างเป็นบทลงโทษจำเลยแล้ว มีบัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้ใหม่ตามมาตรา 32 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา 8 พระราชบัญญัติภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่เป็นบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธ