ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2493

ประเด็นกฎหมาย

การประกอบการค้าข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และการหลงลืมขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นเหตุให้พ้นผิดหรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยรับว่าสีข้าวโดยไม่มีใบอนุญาตย่อมมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489 และการหลงลืมขอต่ออายุใบอนุญาตไม่เป็นเหตุให้พ้นความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยได้รับอนุญาตให้ทำการค้าข้าวประเภททำการสี ใบอนุญาตสิ้นอายุเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2491 ต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 ถึง 7 เมษายน 2492 จำเลยสีข้าวโดยยังไม่ได้ต่อใบอนุญาต 5 ครั้ง รวม 55,000 กิโลกรัม ต่อมาทางราชการได้ต่อใบอนุญาตให้เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2493อัยการพัทลุงโจทก์นายอุดม ตันชีวะวงษ์จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 43 พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ.2489 ฟ้องมีข้อหาว่า จำเลยประกอบการค้าข้าว ทำการสีข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงาน จำเลยให้การรับว่า จำเลยสีข้าวทั้ง 5 ครั้งโดยไม่มีใบอนุญาต จำเลยจึงต้องมีความผิดตามมาตรา 18 ข้อที่จำเลยว่าจำเลยหลงลืมในการขอต่ออายุใบอนุญาตนั้น หากจะจริงก็ไม่ทำให้พ้นความผิดโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำการสีข้าวโดยไม่ได้ใบรับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และเป็นการฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษจำเลยและริบข้าวของกลางจำเลยให้การว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ทำการค้าข้าวประเภททำการสี ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุเมื่อวันสิ้นปี พ.ศ. 2491 ครั้นต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 ถึง 7 เมษายน 2492 จำเลยสีข้าวโดยยังไม่ได้ต่อใบอนุญาตสีข้าว 5 ครั้ง ได้ห้าหมื่นห้าพันกิโลกรัมจริงตามฟ้อง แต่อย่างไรก็ดี ทางราชการได้ต่อใบอนุญาตให้จำเลยแล้ว โดยออกใบอนุญาตให้เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2492ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 มาตรา 18 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2489 มาตรา 11 ปรับจำเลย 300 บาท ลดโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 150 บาท ริบข้าวของกลางจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องมีข้อหาว่า จำเลยประกอบการค้าข้าวทำการสีข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานจำเลยรับว่าจำเลยสีข้าวทั้ง 5 ครั้งไม่มีใบอนุญาต จึงต้องมีผิดตามมาตรา 18 ข้อที่จำเลยหลงลืมในการขอต่ออายุใบอนุญาตนั้นหากจะจริงก็ไม่ทำให้พ้นผิดจึงพิพากษายืน(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-นาถปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีก