ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2493

ประเด็นกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกักคุมตัวฯ ห้ามจ่ายเงินจากทรัพย์สินที่ควบคุมไว้ จะตีความให้คณะกรรมการมีอำนาจงดชำระหนี้ตามคำพิพากษาและไม่ต

หลักกฎหมาย

การให้อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาจนเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองนั้น จักต้องมีการระบุมอบอำนาจไว้โดยชัดแจ้งในตัวพระราชบัญญัติ มิฉะนั้นพระราชกฤษฎีกาที่ออกมาเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองนั้นก็จะบังคับใช้ไม่ได้ การตีความพระราชกฤษฎีกาว่าให้คณะกรรมการมีอำนาจงดการชำระหนี้ตามคำพิพ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ดำเนินการบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นคณะกรรมการควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทฮัมบูร์กไทยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกักคุมตัวฯ พ.ศ. 2488 ห้างฯ ได้ทำสัญญาเช่าตึกของโจทก์และเกิดความเสียหาย ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 6,375 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอ้างว่าพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2492 มาตรา 3 ห้ามจ่าย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2493บริษัทไทยนิธิ โดยนายวรรณะ บุรุสหงศ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์คณะกรรมการพิจารณากักคุมตัวจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลจำเลยที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ โดยนายทวี ตะเวทีกุล เป็นจำเลยประธานกรรมการฯจำเลย ป.วิ.พ. ม. 275, ม. 276 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นสัตรูต่อสหประชาชาติ 2488 อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาจนเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายทั่วๆ ไปของบ้านเมืองนั้น จักต้องมีการระบุมอบอำนาจไว้โดยชัดแจ้งในตัว พระราชบัญญัติ มิฉะนั้นพระราชกฤษฎีกาที่ออกมาเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองนั้นก็จะบังคับใช้ไม่ได้ข้อความในพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ พ.ศ.2492(ฉบับ ที่ 2) มาตรา 3 ซึ่งให้ยกเลิกมาตรา 6 ในพระราชกฤษฎีกาฉบับ ที่1 และใช้ความต่อไปนี้แทนว่า "มาตรา 6 ในการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินตามความในพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการรักษาเงินที่ได้จากการนั้นไว้ และในระหว่างที่ยังมิได้มีความตกลงของสหประชาชาติในเรื่องนี้ ห้ามมิให้จ่ายเงินดังกล่าวแล้ว เว้นแต่ค่าใช้จ่ายดังบัญญัติไว้ในมาตรา 5" นั้น ถ้าจะแปลจนถึงว่าให้คณะกรรมการมีอำนาจงดการชำระหนี้อันถึงกำหนดแก่เจ้าหนี้ตลอดถึงไม่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาและทรัพย์สินของลูกหนี้ไม่ต้องอยู่ในการบังคับชำระหนี้ของเจ้าหนี้แล้วก็จะเป็นอำนาจที่มิใช่อำนาจในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สิน เพราะเป็นอำนาจที่คณะกรรมการจะต้องกระทำการฝ่าฝืนขืนขัดต่อกฎหมายทั่วไปของบ้านเมือง โดยมิได้มี พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทำการเช่นนั้น หรือให้อำนาจที่จะให้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเช่นนั้นได้ ฉะนั้นศาลจึงมีอำนาจดำเนินการบังคับ