ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2493

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนรับซื้อปืนจากเจ้าของที่ได้รับอนุญาตแล้ว รับปืนไว้ในร้านก่อนได้รับอนุญาตโอน ถือว่ามีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม

หลักกฎหมาย

การรับปืนไว้ในร้านถือว่ามีปืนไว้ในครอบครองตามมาตรา 4(6) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2490 และไม่ใช่กรณีจำเป็นต้องรักษาไว้มิให้สูญหาย การมีไว้ก่อนได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่จึงเป็นความผิดตามมาตรา 7 และมาตรา 72 และการมีปืนไว้นอกบัญชีเป็นความผิดตามมาตรา 28 และมาตรา 81

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 28, 72, 81 รวมกระทงปรับ 10 บาท ปืนของกลางคืนจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืน ซื้อปืนจากเจ้าของที่ได้รับอนุญาตให้มีไว้โดยชอบ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2492 ชำระเงินเสร็จแล้ว รับปืนไว้ในร้าน วันที่ 14 มีนาคม 2492 ทำคำร้องขออนุญาตโอนต่อนายทะเบียน แต่ถูกจับกุมวันที่ 18 มีนาคม 2492 ก่อนได้รับอนุมัติโอนในวันที่ 25 มีนาคม 2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 4(6) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
  • มาตรา 4(6) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเปล่า ชาญอุไรจำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืน รับซื้อปืนจากเจ้าของผู้ได้รับอนุญาตให้มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อชำระเงินกันเสร็จแล้วก็รับปืนที่ซื้อนั้นไว้ในร้านแล้วดำเนินการทำคำร้องขออนุญาตโอนต่อนายทะเบียนแต่ถูกเจ้าพนักงานจับปืนรายนี้เสียก่อน ต่อมาจึงได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมตำรวจให้โอนได้ ดังนี้ ย่อมถือว่า ผู้รับซื้อ "มี" ปืนไว้ในความครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ก่อน มีความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2490 มาตรา 7,72 และมีผิดฐานมีปืนไว้นอกบัญชีตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงตามมาตรา 28,81 ด้วยคดีได้ความว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนปืนของกลางเป็นของนายสวัสดิ์และนายชั้นคนละกระบอก ซึ่งเจ้าของได้รับอนุญาตให้มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยซื้อไว้จากเจ้าของเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2492 ได้ชำระเงินกันเสร็จแล้วรุ่งขึ้นวันที่ 14 จำเลยได้ทำคำร้องขออนุญาตรับโอนต่อนายทะเบียนเจ้าหน้าที่เสนอคำร้องของจำเลยไปตามลำดับ แต่เจ้าพนักงานจับปืนรายนี้เสียเมื่อวันที่ 18 เดือน มีนาคมนั้นเอง ถึงวันที่ 25 เดือนเดียวกันนั้นจำเลยก็ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมตำรวจให้โอนได้ โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตและเอาปืนมาไว้ในร้านค้าของจำเลย โดยไม่มีบัญชีให้ตรงกับจำนวนอาวุธปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยยังไม่ควรมีความผิด พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 28, 72, 81 ให้รวมกระทงปรับ