ปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์สามารถฎีกาในเรื่องขอให้ลงโทษกักกันจำเลยได้หรือไม่ และสมควรลงโทษกักกันจำเลยหรือไม่
การกระทำผิดของจำเลยเป็นเรื่องเล็กน้อยๆ และมีระยะเวลาห่างไกลกัน ยังไม่ควรลงโทษกักกันจำเลย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกโทษกักกัน
จำเลยรับโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ 45 วัน ต่อมา 6 ปีเศษต้องโทษฐานทำร้ายต่อทรัพย์และทำร้ายร่างกาย 1 เดือน ต่อมา 13 ปีเศษจึงมาต้องโทษครั้งหลังฐานทำร้ายร่างกาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายแฉล้ม ศิริโมทย์จำเลย ป.วิ.อ. ม. 220 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 จำเลยรับโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ 45 วัน ต่อมา 6 ปีเศษต้องโทษฐานทำร้ายต่อทรัพย์และทำร้ายร่างกาย 1 เดือน ต่อมา 13 ปีเศษจึงมาต้องโทษครั้งหลังฐานทำร้ายร่างกาย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆและมีระยะเวลาห่างไกลกัน ยังไม่ควรลงโทษกักกันจำเลยศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือนและให้ส่งไปกักกัน 3 ปี ศาลอุทธรณ์ให้ยกโทษกักกัน ดังนี้ โจทก์ฎีกาในเรื่องขอให้ลงโทษกักกันได้คดีนี้โจทก์ฟ้อง จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษ1 ใน 3 ตามมาตรา 72 ลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 59 คงเหลือ 4 เดือนกับให้ส่งตัวไปกักกัน 3 ปี ตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย 2479 มาตรา 4, 8, 9ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกคำของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษฐานกักกันเสียโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยรับโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ 45 วัน ต่อมา 6 ปีเศษต้องโทษฐานทำร้ายต่อทรัพย์และทำร้ายร่างกาย 1 เดือนต่อมา 13 ปีเศษจึงมาต้องโทษในคดีนี้ เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องเล็กน้อย ๆ และมีระยะเวลาห่างกัน ยังไม่ควรลงโทษกักกันจำเลยจึงพิพากษายืน(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-นาถปริญญา-มนูกิจวิมลอรรถ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ