ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2540

ประเด็นกฎหมาย

การบอกเลิกการเช่าที่ดินที่เปลี่ยนจากการทำนามาเป็นบ่อเลี้ยงปลา ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หรือไม่

หลักกฎหมาย

การเช่าที่ดินเพื่อทำบ่อเลี้ยงปลาเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับการเช่านา การบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท และชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาท นับแต่เดือนเมษายน 2536 จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดิน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อทำนา ต่อมาได้เปลี่ยนลักษณะการเช่ามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยก่อนครบกำหนดชำระค่าเช่าในวันที่ 30 มีนาคม 2535

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2540นาย ณรงค์ ดำรงศักดิ์โจทก์นาย ทวี กาญจนเกตุจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ทำนาต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่านามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาอันเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับการเช่านาการบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าวก่อนฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางอำไพ นพจรูญศรี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลบางน้ำเปรี้ยวอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ประมาณ 189 ไร่1 งาน 69 ตารางวา เฉพาะส่วนของนางอำไพได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน เดิมจำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์เนื้อที่ 58 ไร่ 2 งาน เพื่อทำนามาเป็นเวลา 20 ปีเศษ ต่อมาก่อนหน้านี้ประมาณ 7 ปี จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่าที่ดินทำนามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ตกลงอัตราค่าเช่าปีละ 21,000 บาทชำระค่าเช่าทุกวันที่ 30 มีนาคมของทุกปี ก่อนครบกำหนดวันชำระค่าเช่าในวันที่ 30 มีนาคม 2535 โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยและให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ 15,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ให้สภาพเรียบร้อยกับ