คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ดินในการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และจดทะเบียนโอนที่ดินโดยไม่ประทับตราห้ามโอน กับคำสั่งเพิกถอนราย
การกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ดินในการออก น.ส.3 ก. และจดทะเบียนโอนเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายทั่วไป มิใช่การใช้อำนาจทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ส่วนคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนเป็นคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด การวินิจฉัยต้องพิจารณาสิทธ
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ให้ศาลแพ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้
โจทก์ฟ้องกรมที่ดินเรียกค่าเสียหายจากการที่เจ้าพนักงานที่ดินออก น.ส.3 ก. โดยไม่ประทับตราห้ามโอนภายในสิบปี และต่อมาจำเลยมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินหลายครั้ง ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าเป็นคดีละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจศาลปกครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 53/2554บริษัทนาราชา จำกัดโจทก์กรมที่ดินจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๕๓/๒๕๕๔ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ศาลแพ่ง ระหว่าง ศาลปกครองกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลแพ่งโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ บริษัทนาราชา จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้องกรมที่ดิน จำเลย ต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๖๗๑๑/๒๕๕๒ ความว่า เมื่อปี ๒๕๒๐ เจ้าพนักงานที่ดินกิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ในสังกัดของจำเลย ได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๓๙๗ ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ให้แก่นายหมาดหร้า มาตรศรี ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๒๘ นายหมาดหร้าได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายบำรุง วงศ์ชุมพิศ และเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๘ นายบำรุงได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่หม่อมหลวงตรีทศยุทธ์ เทวกุล หลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๘ หม่อมหลวงตรีทศยุทธ