ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2492กระทรวงการคลัง โดยหลวงอรรถวิภาคไพศาลย์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์คุณหญิงอรรถกระวีสุนทร ที่ 1 นายลิบแนน ที่ 2 นายลาซิงห์ ที่ 3 นายเยี้ยนฟ้าจัง ที่ 4 นายโยกินดาซิงห์ ที่ 5จำเลยนายกิมง่วน ที่ 6จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 544, ม. 1336จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ไปเพื่อปลูกเป็นอาคารให้ผู้อื่นเช่าทำการค้าขาย เมื่อโจทก์บอกเลิกแล้ว ก็เป็นอันยุติจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แต่อย่างใดเลย เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะคงเช่าอยู่ต่อไปแล้วผู้ที่เช่าจากจำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้าง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาคุ้มครองหรือใช้ยันแก่โจทก์ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิใช่เป็นผู้เช่าจากโจทก์ (อ้างฎีกาที่1216/2491)เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นจำเลยแต่ผู้เดียวว่า จำเลยจำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาเช่าที่โจทก์เพื่อปลูกสร้างโรงเรือนกำหนดต่ออายุสัญญาเช่าปีละครั้ง และมีข้อตกลงว่า ถ้าโจทก์ต้องการที่ดินคืนเมื่อใด จำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบคืนภายใน 30 วัน บัดนี้โจทก์ต้องการที่ดินคืน ได้บอกเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ขัดขืน จึงขอให้ขับไล่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเรียกค่าเสียหายจำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยเช่าที่มาปลูกห้องแถว และมีผู้เช่าเช่าทำการค้าขายตลอดมาเป็นเวลา 20 กว่าปี จำเลยเต็มใจรื้อห้องแถวไปแต่ผู้เช่าไม่ยอมออก จำเลยจึงรื้อไม่ได้ และจำเลยไม่ต้องรับผิดค่าเสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 ได้ขอให้เรียกผู้เช่ามาเป็นจำเลยร่วมคงมีผู้เช่ายอมร่วมเข้ามาเป็นจำเลย 5 คน จำเลยทั้ง 5 ว่าไม่ต้องออกจากที่เช่า เพราะได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 จำเลยที่ 1 ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายมาโนฮาซิงห์กับนายวิทย