ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492นางตุ๊ แซ่โงวโจทก์นายไข มีมั่งคั่งจำเลย ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 ม. 5, ม. 6 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 456พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 5,6 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ และแม้จะมีสนธิสัญญาเช่นว่านั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดิน และแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์ (อ้างฎีกาที่ 188/2492)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงจะซื้อที่ดินของจำเลย 1 แปลง จำเลยได้ตกลงจะขายให้โจทก์ ได้ทำสัญญากันโจทก์ให้เงินมัดจำแก่จำเลยจำเลยจะจัดการโอนที่ดินให้โจทก์ภายใน 1 เดือน ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาได้กำหนดเบี้ยปรับและริบเงินมัดจำไว้ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาจำเลยเพิกเฉยไม่ยอมทำตามสัญญา จึงขอให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 2,000 บาท กับใช้เบี้ยปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายบิดพริ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุให้จำเลยริบเงินมัดจำศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นภริยานายชิวเอียะ ชนชาติจีน แ