ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868/2492วัดมกุฎกษัตริยาราม โดยพระพิจิตรจำนง ไวยาวัจกรโจทก์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายวิจิตร สุกโชติรัตน์ ที่ 1 นายประยูร สุกโชติรัตน์ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 72 (2), ม. 1310, ม. 1311, ม. 109, ม. 1312 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 เจ้าอาวาสปลูกสร้างเรือนพิพาทในที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดโดยใช้เงินของผู้อื่นซึ่งมีศรัทธาถวายเพื่อเป็นที่พักเวลามาทำบุญนั้น เรือนนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดเพราะเป็นส่วนควบของที่ดินสิทธิที่จะปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่นจะเกิดขึ้นได้โดยเจ้าของที่ดินได้ก่อให้เกิดขึ้นโดยนิติกรรม อันผู้มีสิทธิอาจฟ้องร้องบังคับเอาได้เจ้าอาวาสมีหน้าที่บำรุงรักษาจัดการสมบัติของวัด จึงมีสิทธิมอบอำนาจให้ไวยาวัจกรฟ้องร้องคดีแทนวัดได้ได้ความว่า เรือนพิพาทพระศาสนโสภณเจ้าอาวาสองค์ก่อนได้จัดการปลูกสร้างขึ้นในที่ธรณีสงฆ์ของวัดด้วยเงินของนางรวย คอนศิริ เพื่อเป็นที่พักของนางรวยเวลามาทำบุญ ต่อมาพระศาสนโสภณองค์ก่อนนั้นมรณะภาพ โจทก์ฟ้องว่าเรือนพิพาทเป็นของวัด ให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การว่า เรือนนั้นไม่ใช่เป็นศาสนสมบัติของวัดพระศาสนโสภณองค์ก่อนได้ขอจากนางรวยมายกให้จำเลยที่ 2 ซึ่งได้ครอบครองมา 15 ปีเศษแล้ว และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และเจ้าอาวาสองค์นี้ไม่มีอำนาจมอบให้ไวยาวัจจกรฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า เรือนพิพาทไม่ใช่ส่วนควบตามมาตรา 109 เพราะนางรวยใช้ชั่วคราว ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ที่นางรวยยกให้พระศาสนโสภณองค์ก่อน ทำไม่ถูกแบบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า วัดเป็นนิติบุคคล และเจ้าอาวาสมีหน้าที่บำรุงรักษาจัดการสมบัติของวัดตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์จะได้มีการแต่งตั้งหรือยังก็ตาม พระธรรมปาโมกข์ซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาสขณะเจ้าอา