ปัญหาว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลพลเรือนหรือไม่ และจำเลยเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวอันไม่พึงปรารถนาที่ถูกสั่งเนรเทศ
คดีอยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษากรณีหลบหนีการเนรเทศของจำเลย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยเป็นจีนต่างด้าวโดยกำเนิดและถูกสั่งเนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรจนตลอดชีวิต แล้วภายหลังได้หลบหนีเข้ามาและอ้างตนว่าเป็นคนไทยจนได้เข้ารับราชการทหาร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1914/2492พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเจีย หรือเจี่ย หรือคงเลี้ยง แซ่ลี้จำเลย พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเนรเทศ ร.ศ. 131 ม. 7จำเลยเป็นจีนต่างด้าวโดยกำเนิดและถูกสั่งเนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรจนตลอดชีวิต แล้วภายหลังได้หลบหนีเข้ามาและอ้างตนว่าเป็นคนไทยจนได้เข้ารับราชการทหาร ดังนี้ คดีก็คงอยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษากรณีหลบหนีการเนรเทศของจำเลยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวอันไม่พึงปรารถนาได้ถูกสั่งให้เนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรตลอดชีวิต แต่กลับหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ชั้นแรกจำเลยปฏิเสธ และว่าได้เข้ามาโดยเสียค่าธรรมเนียมตามระเบียบ และกลับรับว่าได้หลบหนีการเนรเทศเข้ามาจริงแต่ต่อสู้ว่า เกิดในประเทศไทยเป็นบุตรคนไทย มีเชื้อชาติและสัญชาติเป็นไทย ทั้งได้ยื่นคำร้องต่อสัสดีอำเภอขึ้นทะเบียนทหาร และได้รับราชการทหารเมื่อ พ.ศ. 2491 ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจไปทำการสืบสวนจับกุมจำเลยได้ที่ กรม ป.ต.อ.ศาลชั้นต้นฟังตามจำเลยนำสืบ เชื่อว่าจำเลยเป็นคนไทย ไม่ใช่จีนต่างด้าว เห็นว่าไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวอันไม่พึงปรารถนาพิพากษากลับจำคุกจำเลย 3 เดือนตามพระราชบัญญัติเนรเทศ ร.ศ. 131 มาตรา 7จำเลยฎีกาศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยเป็นจีนต่างด้าวโดยกำเนิดในประเทศจีนเพิ่งจะกลับใจอ้างว่าเป็นคนไทยเมื่อภายหลังที่ได้หลบหนีการเนรเทศเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วพิพากษายืน(มนูภันย์วิมลสาร-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูกิจวิมลอรรถ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ