ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993 - 1997/2492

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ต้องนำสืบว่าจำเลยทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วและฝ่าฝืนจึงจะเป็นผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 หรือไม่ และการประ

หลักกฎหมาย

ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โจทก์ต้องนำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วและฝ่าฝืนจึงจะเป็นผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องและคืนของกลางแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งห้าขนย้ายข้าวออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ จำเลยรับสารภาพ แต่ให้เหตุผลว่าขนเพราะอดข้าวจากเขตติดต่อมากิน ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับและริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ทราบประกาศและไม่เจตนาฝ่าฝืน ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีพยานสืบว่าจำเลยทราบประกาศ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993 - 1997/2492อัยการจังหวัดน่านโจทก์นายตั๋น สุนันต๊ะจำเลยอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายวงศ์ ชาญเชี่ยวจำเลยอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายน้อย มณีจรจำเลยอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายแก้ว ไชยชนะจำเลยอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายสม กันทนะจำเลย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ป.วิ.อ. ม. 176คดีอาญาที่โจทก์หาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) โจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วฝ่าฝืนประกาศจึงจะเป็นผิดที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้วโจทก์ฟ้องจำเลยเป็น 5 สำนวนว่า จำเลยขนย้ายข้าวออกนอกเขตไม่รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ จำเลยทุกคนรับสารภาพว่าได้ทำผิดดังฟ้อง แต่ที่ขนเพราะอดข้าว ขนจากเขตติดต่อมากินศาลชั้นต้นพิพากษาปรับคนละ 50 บาท โดยลดกึ่งหนึ่งแล้วของกลางที่เป็นของจำเลยทุกคนให้ริบให้จ่ายสินบนและรางวัลจำเลยอุทธรณ์ว่า ของกลางมีข้าว เกวียน วัว เป็นต้นไม่ควรริบจำเลยไม่ทราบประกาศไม่เจตนาฝ่าฝืนศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประกาศของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่กฎหมายเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องสืบว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้วแต่โจทก์ไม่มีพยานสืบในข้อนี้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนของกลางให้จำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามอุทธรณ์ของจำเลยมีผลเท่ากับว่า ศาลไม่ควรริบของกลาง เพราะจำเลยไม่ได้ทำผิด แม้จำเลยจะไม่คัดค้านในการถูกลงโทษ ก็เป็นเหตุในลักษณะคดี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษากลับได้ทั้งเรื่อง คดีนี้เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ซึ่งศาลจะต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง ทั้งโจทก์จะต้องนำสื