การริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 เมื่อเจ้าของทรัพย์สินมิได้รู้เห็นในการกระทำผิด
เมื่อเจ้าของมิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องในการกระทำผิดแล้ว ศาลไม่ริบทรัพย์สินนั้น
ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์
เจ้าของรถจักรยาน 3 ล้อให้ผู้อื่นเช่ารถไป ผู้เช่าใช้รถบรรทุกของเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร โดยเจ้าของรถมิได้รู้เห็นในการกระทำผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2491อัยการเชียงรายโจทก์นายกิมอ้อ นายใจ นายบุณสมจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27, ม. 28เจ้าของรถจักรยาน 3 ล้อให้ผู้อื่นเช่ารถไป แล้วผู้เช่าไปบรรทุกของเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร โดยเจ้าของรถผู้ให้เช่ามิได้รู้เห็นนั้น ศาลไม่ริบรถจักรยานอ้างฎีกาที่ 172/2484,561/2484คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่าการที่เจ้าของรถจักรยาน 3 ล้อให้ผู้อื่นเช่ารถไปแล้ว ผู้เช่าไปบรรทุกของเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นผิดต่อ พระราชบัญญัติศุลกากรโดยเจ้าของรถผู้ให้เช่ามิได้รู้เห็นนั้น จะต้องริบหรือไม่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนแก่เจ้าของโจทก์ฎีกา ว่าแม้เจ้าของมิได้รู้เห็นด้วยก็ต้องริบตามพระราชบัญญัติศุลกากร 2469 มาตรา 32ศาลฎีกา เห็นว่า เรื่องชนิดนี้ได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ 172/2484, 961/2484 ว่า เมื่อเจ้าของมิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องในการกระทำผิดแล้ว ศาลไม่ริบ จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์(ธรรมบัณฑิต-ประวัติ ปัตตพงศ์-มนูภันย์วิมลสาร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ